ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
นิพพิทานุปัสสนา เพราะเกิดเบื่อหน่ายขึ้นแล้วในสังขารทั้งหลายเหล่านั้นนั่นแล” แม้ในพระบาลีท่านก็กกล่าวไว้ว่า “ปัญญาใดในภยตูปัฏฐาน ๑ ญาณใดในอาทีนวะ ๑ นิพพิทาใด ๑ ธรรมทั้งหลายเหล่านี้มีความหมายอย่างเดียวกัน พยัญชนะเท่านั้นที่ต่างกัน”
จบ นิพพิทานุปัสสนาญาณ
[๗๙๖] แต่เมื่อกุลบุตรนั้น เบื่อหน่ายอยู่ เอื้อมระอาอยู่ ไม่อภิรมย์ยินดีอยู่ด้วยนิพพิทาญาณนี้ จิตก็ไม่ข้อง ไม่เกาะ ไม่ติดอยู่ ในสังขารทั้งหลาย ซึ่งมีความแตกดับที่ดำเนินไปอยู่ในภพ (๓) กำเนิด (๔) คติ (๕) วิญญาณฐีติ (๗) และ สัตตาวาส (๙) ทุกหนทุกแห่ง แม้แต่สังขารเดียวเป็นอดีตที่ใครจะพ้นไป ปรารถนาจะออกไปเสียจากสังขารทั้งปวง
(ถามว่า) เปรียบเหมือนอะไร ?
(ตอบว่า) เปรียบเหมือนสัตว์และบุคคลเป็นต้นว่าอย่างนี้ คือ:-
๑. ปลาติดอยู่ภายในอวน (หรือแห)
๒. กบอยู่ในปากงู
๓. ไก่ป่าถูกขังไว้ในกรง
๔. เนื้ออยู่ในบ่วงบาศอันเหนียวแน่น
๕. งูอยู่ในเงื้อมมือของหมองู
๖. ช้างกุญชรติดอยู่ในหล่มลึก
๗. พญานาคอยู่ในปากครุฑ
๘. พระจันทร์เข้าไปในปากราหู
๙. บุรุษถูกศัตรูล้อมไว้
๑ ดูเทียบ ขุ. ป. (ไทย) ๓๑/๒๒๗/๓๓๘