visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 110 | >>

ส่วนท่านผู้ชำนาญพระสูตรอธิบายไว้ว่า ที่ภายในแห่งก้อนดินตก ซึ่งบุรุษขว้างไปด้วยหมายที่จะห้ามนก ชื่อว่าอุปจารบ้าน.

ในบ้านที่ไม่มีเครื่องล้อม มาตุคามยืนอยู่ที่ประตูเรือนหลังสุดท้ายแล้วสาดน้ำไปด้วยภาชนะ ภายในที่ตกแห่งน้ำนั้น ชื่อว่าอุปจารเรือน. นับแต่อุปจารเรือนนั้นออกไปชั่วเลขตะคูบาตหนึ่ง โดยนัยที่กล่าวมาแล้ว ยังนับเป็นบ้าน ชั่วเลขตะคูบาตที่สองจึงนับเป็นอุปจารบ้าน.

อธิบายคำว่าป่า

ส่วนป่านั้น ประการแรก โดยปริยายแห่งพระวินัยท่านอธิบายไว้ว่า ยกเว้นบ้านและอุปจารบ้านเสีย ที่ทั้งหมดนั่นเรียกว่าป่า. โดยปริยายแห่งพระอภิธรรมท่านอธิบายไว้ว่า ที่ภายนอกจากเขื่อนออกไปทั้งหมดนั้นเรียกว่าป่า.

ส่วน ณ ที่นี้ โดยปริยายแห่งพระสูตร ท่านอธิบายลักษณะไว้ดังนี้ว่า เสนาสนะหลังสุดท้ายที่ตั้งอยู่ชั่วระยะ 500 ชั่วธนู เรียกว่าเสนาสนะป่า. ลักษณะที่กล่าวมานี้ พึงกำหนดวัดด้วยคันธนูแบบที่ขึ้นแล้ว สำหรับป่าที่มีเครื่องล้อม วัดตั้งแต่เสาเขื่อนไปจนจรดรั้ววัด สำหรับป่าที่ไม่มีเครื่องล้อม วัดตั้งแต่ชั่วเลขตะคูบาตแรกไปจนจรดรั้ววัด.

พระอรรถกถาจารย์อธิบายไว้ในอรรถกถาวินัยทั้งหลายว่า ถ้าเป็นวัดที่ไม่มีรั้วล้อม พึงวัดเอาเสนาสนะหลังแรกให้เป็นเครื่องกำหนด หรือพึงวัดเอาโรงครัว ที่ประชุมประจำ ต้นโพธิ์ หรือพระเจดีย์ แม้มีอยู่ในที่ห่างไกลไปจากเสนาสนะให้เป็นเครื่องกำหนดก็ได้.

ส่วนในอรรถกถามัชฌิมนิกายท่านอธิบายไว้ว่า แม้อุปจารวัดก็เหมือนอุปจารบ้าน พึงออกมาวัดเอาตรงระหว่างเลขตะคูบาตทั้งสองนั้นเถิด ข้อนั้นนับเอาเป็นประมาณในการคำนวณนี้ได้.

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka