visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1120 | >>

สังขารุเปกขาญาณนี้กำหนดความเป็นผู้ประพฤติหลีกลี้อยู่โดยเฉพาะของโยคี ด้วยประการฉะนี้ แล้วกำหนดความแตกต่างของโพชฌงค์ ความแตกต่างขององค์มรรค ความแตกต่างขององค์ฌาน ความแตกต่างของภูมิทา และความแตกต่างของวิโมกข์ แม้ของพระอริยมรรคต่อไปอีก

ความแตกต่างของโพชฌงค์ องค์มรรค และองค์ฌาน

ความจริง พระเถระบางพวกก็กล่าวว่า “ฌานที่เป็นบาท กำหนดความแตกต่างของโพชฌงค์ ขององค์มรรค และขององค์ฌาน” พระเถระบางพวกก็กล่าวว่า “ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอารมณ์ของวิปัสสนา กำหนด (ความแตกต่าง)” พระเถระบางพวกก็กล่าวว่า “อัธยาศัยของบุคคล (ผู้ปฏิบัติวิปัสสนา) กำหนด” ในวาทะ (ทั้ง ๓) ของพระเถระเหล่านั้น ควรทราบได้ว่า วุฏฐานคามินีวิปัสสนาตอนต้นนี้นั่นแล กำหนด (ความแตกต่าง) โดยแท้

[๖๕๘] ในการกำหนดความแตกต่างของโพชฌงค์เป็นต้นนั้น มีการกล่าวถึงโดยลำดับดังต่อไปนี้

อริยมรรคตามระดับฌาน

ความจริง มรรคที่เกิดขึ้นแก่ท่านสุกขวิปัสสกโดยวิปัสสนานิยมก็ดี มรรคที่เกิดขึ้นแก่ท่านผู้ได้สมาบัติได้ทำฌานให้เป็นบาทก็ดี มรรคที่ทำปฐมฌานเป็นบาทแล้วกำหนดรู้สังขารทั้งหลายที่เป็นปกิณณกะ (คือสังขารอื่นนอกจากฌานที่เป็นบาท) แล้วทำให้เกิดขึ้นก็ดี เป็นมรรคเกิดขึ้นในระดับปฐมฌานนั้นเอง ในทุกมรรค (ที่กล่าวนั้น) มีโพชฌงค์ ๗ มีองค์มรรค ๘ มีองค์ฌาน ๕ เพราะว่าวิปัสสนาภาคต้นของ (อริย)

๑ มหาฎีกา ระบุว่า ท่านติปิฏกจูฬนาเถระ

๒ ท่านมหาทัตถิละ ผู้อยู่ในโมรวาปี

๓ ท่านติปิฏกจูฬเถระ

๔ ที่ว่า วุฏฐานคามินีวิปัสสนาตอนต้น ก็คือ สังขารุเปกขาญาณ ดู - อฏฺฐสาลินี, (บาลี) น. ๕๕๕

๕ ดู - สทฺธมฺมปกาสินี, (บาลี) น. ๒๓๔-๒๓๕

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka