ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
๔. ท่านผู้ทำมรรคเบื้องบนให้เกิดโดยมีการทำความเพียรมาก ชื่อว่า สสังขารปรินิพพายี
๕. ท่านผู้เกิดในภพใด แล้วขึ้น (สู่ภพ) สูงขึ้นไปจากภพนั้นจนถึงอกนิฏฐภพ แล้วปรินิพพานในอกนิฏฐภพนั้น ชื่อว่า อุทธังโสโต อกนิฏฐคามี
[๕๘๙] ท่านผู้ทำมรรคปัญญาที่ ๔ ให้เกิดแล้ว
๑. บางท่านเป็น สัทธาวิมุต ผู้พ้นพิเศษด้วยศรัทธา
๒. บางท่านเป็น ปัญญาวิมุต ผู้พ้นพิเศษด้วยปัญญา
๓. บางท่านเป็น อุภโตภาควิมุต ผู้พ้นพิเศษด้วยภาคทั้งสอง
๔. บางท่านเป็น เตวิชโช ผู้มีวิชชา ๓
๕. บางท่านเป็น ฉฬภิญโญ ผู้มีอภิญญา ๖
๖. บางท่านเป็น ปฏิสัมภิทัปปัตโต ผู้ถึงความแตกฉานในปฏิสัมภิทา
(ทุกท่าน) เป็นพระมหาขีณาสพ ซึ่งข้าพเจ้ากล่าวระบุถึงมาแล้วว่า “แต่พระอริยบุคคลเหล่านั้น ในขณะ (บรรลุอริย) มรรค ชื่อว่า กำลังถางรกชัฏนั้น ในขณะ (บรรลุอริย) ผล ชื่อว่า ถางรกชัฏแล้ว เป็นพระทักขิไณยบุคคลชั้นเลิศของชาวโลกรวมทั้งเทวโลก” ดังนี้
เอวํ อเนกานิสํสา อริยปญฺญาย ภาวนา
ยสฺมา ตสฺมา กเรยฺยาถ สตี ตตฺถ วิจกฺขโณ.
แปลความว่า เพราะเหตุที่การทำอริยปัญญาให้เกิดมีอานิสงส์มากมายดังกล่าวมานี้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตผู้มีปัญญาเป็นเครื่องเห็นแจ้ง ควรทำความอภิรมย์ยินดีในการทำอริยปัญญาให้เกิดนั้นเถิด