ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
๒. ถ้ามีวิปัสสนาปานกลาง ท่านเรียกว่า โกลังโกละ คือผู้ท่องเที่ยวไปสู่สกุล ๒ หรือ ๓ สกุลแล้วทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
๓. ถ้ามีวิปัสสนากล้า ท่านเรียกว่า เอกพีชี คือผู้มีพืชคือภพในมนุษย์อีกเพียงครั้งเดียว แล้วทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
[๕๘๗] บุคคลผู้ทำมรรคปัญญาที่ ๒ ให้เกิดแล้ว ชื่อว่า พระสกทาคามี เพราะกลับมายังโลกนี้อีกเพียงครั้งเดียว แล้วจักทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
[๕๘๘] บุคคลผู้ทำมรรคปัญญาที่ ๓ ให้เกิดแล้ว ชื่อว่า พระอนาคามี ท่านนั้นโดยความต่างแห่งอินทรีย์ ย่อมเข้าถึงสุทธาวาสภพและปรินิพพานในที่นั้นได้ ๕ อย่าง คือ
๑. อันตราปรินิพพายี
๒. อุปหัจจปรินิพพายี
๓. อสังขารปรินิพพายี
๔. สสังขารปรินิพพายี
๕. อุทธังโสโต อกนิฏฐคามี
ในอนาคามีนั้น ๑. ท่านผู้ทำมรรคเบื้องบนให้เกิดแล้ว ปรินิพพานในระหว่าง ชื่อว่า อันตราปรินิพพายี
๒. ท่านผู้ปรินิพพานเมื่อถึงภพนั้นแล้ว ชื่อว่า อุปหัจจปรินิพพายี
๓. ท่านผู้ทำมรรคเบื้องบนให้เกิดโดยไม่ต้องทำความเพียรมาก ชื่อว่า อสังขารปรินิพพายี
๑ สุทธาวาสภพ มี ๕ คือ อวิหา, อตัปปา, สุทัสสา, สุทัสสี, อกนิฏฐา