visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 127 | >>

อนึ่ง แม้ความพิรุธจากพระบาลีก็จะถึงแก่ภิกษุเหล่านั้นว่า ธุดงค์แห่งข้อภิกษุเหล่าใด ซึ่งพ้นไปจากกุสลติกะ ธุดงค์ของภิกษุเหล่านั้นนั่นแหละ ย่อมไม่มีโดยความหมาย สิ่งที่ไม่มีความหมายจักชื่อว่า ธุดังคะ เพราะกำจัดสิ่งอะไรเล่า ผู้บำเพ็ญธุดงค์ย่อมจะสมาทานเอาธุดงค์ไปประพฤติปฏิบัติอยู่ เพราะฉะนั้น คำของภิกษุเหล่านั้น คืออาทรรศนะของพวกภิกษุชาววัดอภัยคีรี ไม่ควรถือเอาเป็นประมาณ

พรรณนาโดยความเป็นกุสลติกะ อันเป็นประการแรกในคาถานี้ ยุติเพียงเท่านี้

วินิจฉัยโดยแยกเป็นคำ ๆ มีคำว่าธุตะเป็นต้น

ในข้อว่า โดยแยกออกเป็นคำ ๆ มีคำว่า ธุตะ เป็นต้น มีอรรถาธิบายดังต่อไปนี้ นักศึกษาพึงเข้าใจคำเหล่านี้คือ ธุตะ 1 ธุตวาทะ 1 ธุตธรรม 1 ธุดังคะ 1 การเสพธุดงค์เป็นที่สบายแก่บุคคลชนิดไร 1

ธุตะ

ในคำเหล่านั้น คำว่า ธุตะ หมายเอาบุคคลผู้มีกิเลสอันกำจัดแล้ว อีกอย่างหนึ่ง หมายเอาธรรมอันเป็นเครื่องกำจัดซึ่งกิเลส

ธุตวาทะ

ก็แหละ ในคำว่า ธุตวาทะ นี้ มีอรรถาธิบายดังนี้ คือ บุคคลมีธุตะแต่ไม่มีธุตวาทะ 1 บุคคลไม่มีธุตะแต่มีธุตวาทะ 1 บุคคลไม่มีทั้งธุตะทั้งธุตวาทะ 1 บุคคลมีทั้งธุตะทั้งธุตวาทะ 1

ในบุคคล 4 จำพวกนั้น บุคคลใดกำจัดกิเลสของตนได้ด้วยธุดงค์ แต่ไม่โอวาทไม่อนุสาสน์บุคคลอื่นด้วยธุดงค์ เหมือนอย่างพระพากุลเถระ บุคคลนี้ชื่อว่า ผู้มีธุตะแต่ไม่มีธุตวาทะ สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า ท่านพากุลนี้นั้น เป็นผู้มีธุตะแต่ไม่มีธุตวาทะ

แหละบุคคลใดมิได้กำจัดกิเลสของตนด้วยธุดงค์ ย่อมโอวาทย่อมอนุสาสน์บุคคลอื่นด้วยธุดงค์แต่อย่างเดียว เหมือนอย่างพระอุปนันทเถระ บุคคลนี้ชื่อว่าไม่มีธุตะแต่มีธุตวาทะ สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า ท่านอุปนันทะศากยบุตรนี้นั้น เป็นผู้ไม่มีธุตะแต่มีธุตวาทะ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka