ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ธุดงค์ทั้งหมดนั้นซึ่งย่อลงเป็น 2 ด้วยอำนาจเป็นสิ่งที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ดังอธิบายมาแล้วนี้ ก็สรุปลงเป็นอย่างเดียวด้วยอำนาจแห่งเจตนา เป็นความจริง ธุดงค์มีอย่างเดียวเท่านั้น คือ เจตนาเป็นเครื่องสมาทาน
แม้ในคัมภีร์อรรถกถาท่านก็พรรณนาไว้ว่า นักปราชญ์ทั้งหลายรับรองว่า เจตนาอันใด ธุดงค์ก็คืออันนั้น ฉะนี้
ก็แหละ เมื่อว่าโดยพิสดาร ธุดงค์มีถึง 42 ประการ คือ ธุดงค์สำหรับภิกษุ 13 สำหรับภิกษุณี 8 สำหรับสามเณร 12 สำหรับนางสิกขมานาและสามเณรี 7 สำหรับอุบาสกและอุบาสิกา 2
แหละถ้าสถานอันถึงพร้อมด้วยองค์แห่งภิกษุผู้อยู่ในป่าเป็นปกติ มีอยู่ ณ ที่กลางแจ้ง ภิกษุแม้เพียงรูปเดียวก็สามารถเพื่อที่จะเสพธุดงค์ทั้งหมดได้โดยวาระเดียวกัน
แต่สำหรับภิกษุณีนั้น ธุดงค์ 2 ประการคือ อารัญญิกังคธุดงค์ 1 ขลุปัจฉาภัตติกังคธุดงค์ 1 ทรงห้ามไว้ด้วยสิกขาบทแล้วนั่นเทียว ธุดงค์ 3 ประการนี้คือ อัพโภกาสิกังคธุดงค์ 1 รุกขมูลิกังคธุดงค์ 1 โสสานิกังคธุดงค์ 1 เป็นสิ่งที่รักษาได้โดยยาก เพราะว่าอันภิกษุณีนั้นที่จะอยู่โดยปราศจากเพื่อนย่อมไม่สมควร และเพื่อนซึ่งจะมีฉันทะเสมอกันในสถานที่เห็นปานดังนั้นก็หาได้ยาก แม้ถ้าจะพึงหาได้ ก็ไม่พ้นไปจากการอยู่คลุกคลี เมื่อเป็นดังนี้ ภิกษุณีพึงเสพธุดงค์เพื่อประโยชน์อันใด ประโยชน์นั้นนั่นแลก็จะไม่พึงสำเร็จแก่ตน นักศึกษาพึงทราบว่า เพราะเหตุที่เป็นสิ่งไม่อาจจะเสพได้ดังบรรยายมานี้ ธุดงค์สำหรับภิกษุณีจึงมีเพียง 8 ประการเท่านั้น โดยลดเสีย 5 ประการ
ก็แหละ ในบรรดาธุดงค์ตามที่กล่าวแล้ว ยกเว้นเตจีวริกังคธุดงค์เสีย 1 ธุดงค์ที่เหลือ 12 ประการ เป็นธุดงค์สำหรับสามเณร ในธุดงค์ 8 ประการสำหรับภิกษุณีนั้น ลดเสีย 1 คือ เตจีวริกังคธุดงค์ ที่เหลือ 7 ประการ พึงทราบว่าเป็นธุดงค์สำหรับนางสิกขมานาและสามเณรี