visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 130 | >>

ใน 2 ลักษณะนั้น องค์ที่เป็นหัวใจ 3 นั้นคือ สปทานจาริกังคะ 1 เอกาสนิกังคะ 1 อัพโภกาสิกังคะ 1 อธิบายว่า เมื่อโยคีบุคคลรักษาสปทานจาริกังคธุดงค์ จักได้ชื่อว่ารักษาปิณฑปาติกังคธุดงค์ไปด้วย และเมื่อโยคีบุคคลรักษาเอกาสนิกังคธุดงค์ จำเป็นอันต้องรักษาด้วยดี แม้ซึ่งปัตตปิณฑิกังคธุดงค์และขลุปัจฉาภัตติกังคธุดงค์ไปด้วย เมื่อโยคีบุคคลรักษาอัพโภกาสิกังคธุดงค์ ก็เป็นอันต้องรักษาในรุกขมูลิกังคธุดงค์และยถาสันถติกังคธุดงค์อยู่ในตัวมิใช่หรือ

องค์ที่เป็นหัวใจ 3 ดังอธิบายมานี้ กับองค์ที่ไม่เจือปนอีก 5 คือ อารัญญิกังคะ 1 ปังสุกูลิกังคะ 1 เตจีวริกังคะ 1 เนสัชชิกังคะ 1 โสสานิกังคะ 1 จึงรวมเป็นธุดงค์โดยย่อ 8 ประการพอดี

อีกประการหนึ่ง ธุดงค์ 13 ประการนี้ สงเคราะห์ลงมีเพียง 4 ประการเท่านั้น คือ ธุดงค์ที่ประกอบด้วยจีวร 2 ที่ประกอบด้วยบิณฑบาต 5 ที่ประกอบด้วยเสนาสนะ 5 ที่ประกอบด้วยความเพียร 1

ในบรรดาธุดงค์เหล่านี้ เนสัชชิกังคธุดงค์ จัดเป็นธุดงค์ที่ประกอบด้วยความเพียร ธุดงค์นอกนี้ความปรากฏชัดอยู่แล้ว

อีกประการหนึ่ง เมื่อว่าด้วยอำนาจเครื่องอาศัยแล้ว ธุดงค์ทั้งหมดนั้นมีเพียง 2 ประการ คือ ธุดงค์ที่อาศัยปัจจัย 12 ที่อาศัยความเพียร 1

แม้เมื่อว่าด้วยอำนาจเป็นสิ่งที่ควรเสพและสิ่งที่ไม่ควรเสพ ธุดงค์ทั้งหมดนั้นก็ย่นลงเพียง 2 ประการเหมือนกัน อธิบายว่า เมื่อโยคีบุคคลใดเสพธุดงค์ กัมมัฏฐานย่อมเจริญ อันโยคีบุคคลนั้นพึงเสพธุดงค์เถิด เมื่อโยคีบุคคลใดเสพธุดงค์ กัมมัฏฐานย่อมเสื่อม อันโยคีบุคคลนั้นไม่พึงเสพธุดงค์ ก็แต่ว่าเมื่อโยคีบุคคลใดจะเสพธุดงค์ก็ตามไม่เสพก็ตาม กัมมัฏฐานย่อมเจริญอย่างเดียวไม่เสื่อมเลย แม้อันโยคีบุคคลนั้นหวังที่จะอนุเคราะห์ชุมชนภายหลังพึงเสพธุดงค์เถิด แม้เมื่อโยคีบุคคลใดเสพธุดงค์ก็เท่านั้นไม่เสพก็เท่านั้น กัมมัฏฐานไม่เจริญขึ้น แม้อันโยคีบุคคลนั้นก็พึงเสพธุดงค์เถิด ทั้งนี้เพื่อให้สำเร็จเป็นวาสนาต่อไป

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka