ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
๔. อุพเพงคาปีติ ปีติโลดโผน ทำให้ตัวลอยขึ้นได้
๕. ผรณาปีติ ปีติที่ซาบซ่าน แผ่ไปทั่วร่างกาย
ในปีติ ๕ อย่างนั้น มีอรรถาธิบายดังนี้:-
๑. ขุททกาปีติ เพียงแต่ทำให้ขนในกายลุกชูชันเบา ๆ แล้วก็หายไป ไม่เกิดขึ้นอีก
๒. ขณิกาปีติ ย่อมเกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่ง ๆ หลาย ๆ ครั้ง เปรียบเหมือนฟ้าแลบแปลบปลาบ
๓. โอกกันติกาปีติ เกิดขึ้นกระทบกายแล้วหายไป กระทบกายแล้วก็หายไป เหมือนลูกคลื่นกระทบฝั่งมหาสมุทร
๔. อุพเพงคาปีติ มีกำลังมาก ทำกายให้ลอยขึ้นได้ ถึงขนาดทำให้ลอยไปบนอากาศก็ได้
เป็นความจริงอย่างนั้น ท่านมหาติสสเถระที่อยู่ ณ วัดปุณณวาสีกวิหาร เวลาเย็นแห่งวันเพ็ญวันหนึ่ง ท่านได้ไปยังลานพระเจดีย์ เห็นแสงเดือน จึงหันหน้าสู่พระมหาเจดีย์ พลางคิดว่า “เออหนอ ป่านนี้พวกเทพบริษัททั้ง ๔ คงกำลังพากันไหว้พระมหาเจดีย์อยู่” ดังนี้ แล้วได้ทำอุพเพงคาปีติมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ให้เกิดขึ้น ด้วยอำนาจอารมณ์ที่ตนได้เห็นมาตามปกติ ท่านได้ลอยขึ้นบนอากาศไปตกลงที่ลานพระมหาเจดีย์นั่นแล มีอาการเหมือนลูกฟุตบลอันวิจิตรดงามตกลงที่พื้นปูนขาว ฉะนั้น
แม้กุลธิดาคนหนึ่ง อยู่ที่บ้านวัตตกาลคาม ใกล้ ๆ กับวัดคีรีกัณฑกวิหาร ก็ได้ลอยไปบนอากาศด้วยอุพเพงคาปีตอันมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์อย่างแรงเหมือนกัน
ได้ยินว่า มารดาบิดาของนางกุลธิดานั้น เมื่อจะไปฟังธรรมที่วัดในเวลาเย็นวันหนึ่ง ได้สั่งเธอว่า “หนู เจ้ามีภาระธุระมากจึงไม่อาจที่จะไปในเวลาที่มีชุกาล แม่และพ่อจักฟังธรรม แบ่งส่วนบุญให้แก่หนูด้วย” ครั้นแล้วก็ได้ออกเดินทางไป