ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
เมื่อภิกษุอาศัยกัลยาณมิตรเช่นนั้นศึกษาอยู่ ย่อมเจริญด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา กัลยาณมิตรนี้เรียกว่า อุปนิสสยโคจร
อารักขโคจรเป็นอย่างไร ภิกษุในศาสนานี้ เข้าไปสู่ละแวกบ้าน เดินไปตามถนน ทอดสายตาลงมองดูประมาณชั่วแอก เดินไปอย่างสำรวม ไม่เหลียวดูพลซ้าย ไม่เหลียวดูพลขวา ไม่เหลียวดูพลรถ ไม่เหลียวดูพลเดินเท้า ไม่เหลียวดูสตรี ไม่เหลียวดูบุรุษ ไม่แหงนขึ้นข้างบน ไม่เหลียวลงข้างล่าง และไม่เดินมองทิศใหญ่ทิศน้อย พฤติการณ์ของภิกษุนั้นเช่นนี้เรียกว่า อารักขโคจร
อุปนิพันธโคจรเป็นอย่างไร คือ สติปัฏฐาน 4 อันเป็นที่ผูกจิตไว้ สมดังที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย ก็โคจรของภิกษุได้แก่อะไร ได้แก่สิ่งอันเป็นสมบัติของพุทธบิดาของตน คือ สติปัฏฐาน 4 นี้เรียกว่า อุปนิพันธโคจร
ภิกษุเป็นผู้ประกอบพร้อมแล้วด้วยอาจารนี้และด้วยโคจรนี้ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า อาจารโคจรสมฺปนฺโน แปลว่า ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยอาจารและโคจร
คำว่า มีปกติมองเห็นภัยในโทษมีประมาณเล็กน้อย คือ มีปกติเห็นภัยในโทษทั้งหลายมีประมาณเล็กน้อย อันต่างด้วยโทษ เช่น การต้องอาบัติเสขิยวัตรโดยไม่ได้จงใจ และการเกิดอกุศลจิตเป็นต้น