ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
คำว่า สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ความว่า ศีลอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะพึงศึกษาในสิกขาบททั้งหลาย ศีลนั้นทั้งหมดเธอถือเอามาศึกษาสำเหนียกอยู่โดยความเคารพ
นักศึกษาพึงทราบว่า ปาติโมกขสังวรศีล พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้แล้วในบทว่า ปาติโมกขสังวรสังวุโต ที่แปลว่า ผู้สำรวมด้วยสังวรคือปาติโมกข์ และด้วยเทศนาปุคคลาธิษฐานมีประมาณเท่านี้ ส่วนบทว่า อาจารโคจรสมฺปนฺโน ที่แปลว่า ผู้ถึงพร้อมด้วยอาจารและโคจร เป็นต้น พระผู้มีพระภาคตรัสไว้เพื่อแสดงถึงข้อปฏิบัติที่จะทำให้ศีลนั้นสำเร็จแก่ผู้ปฏิบัติ
[15] ในอินทรียสังวรศีลที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงไว้ในลำดับแห่งปาติโมกขสังวรศีล โดยนัยมีอาทิว่า ภิกษุนั้นเห็นรูปด้วยจักษุ ดังนี้ มีอรรถาธิบายดังต่อไปนี้
คำว่า ภิกษุนั้น ได้แก่ภิกษุผู้ดำรงอยู่ในปาติโมกขสังวรศีล คำว่า เห็นรูปด้วยจักษุ อธิบายว่า เห็นรูปด้วยจักขุวิญญาณอันสามารถเห็นรูปได้ ซึ่งได้โวหารว่าจักษุโดยอำนาจแห่งเหตุ ส่วนท่านโบราณาจารย์กล่าวว่า จักษุเห็นรูปไม่ได้ เพราะไม่มีจิต จิตก็เห็นรูปไม่ได้ เพราะไม่มีจักษุ แต่เมื่อทวารกับอารมณ์กระทบกัน บุคคลจึงเห็นรูปได้ด้วยจิตซึ่งมีจักษุประสาทเป็นวัตถุ
คำว่า ไม่ยึดถือซึ่งนิมิต อธิบายว่า ไม่ยึดถือซึ่งนิมิตว่าเป็นหญิง เป็นชาย หรือเป็นที่ตั้งแห่งกิเลสมีนิมิตสวยงามเป็นต้น หยุดอยู่เพียงแค่เห็นเท่านั้น คำว่า ไม่ยึดถือซึ่งอนุพยัญชนะ อธิบายว่า ไม่ยึดถืออาการย่อยต่าง ๆ ด้วยมือ เท้า การยิ้ม การหัวเราะ การพูด และการเหลียวแลเป็นต้น ซึ่งได้โวหารว่าอนุพยัญชนะ