visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 324 | >>

อนึ่ง โดยทิศ พึงกำหนดว่า ในร่างนี้มีทิศ ๒ ทิศ คือทิศเบื้องต่ำตั้งแต่สะดือลงมา ทิศเบื้องสูงตั้งแต่สะดือขึ้นไป อีกนัยหนึ่ง พึงกำหนดว่า เรายืนอยู่ในทิศนี้ อสุภนิมิตอยู่ในทิศนี้

อนึ่ง โดยโอกาส พึงกำหนดว่า มือทั้ง ๒ อยู่ ณ โอกาสตรงนี้ เท้าทั้ง ๒ อยู่ ณ โอกาสตรงนี้ ศีรษะอยู่ ณ โอกาสตรงนี้ กลางตัวอยู่ ณ โอกาสตรงนี้ อีกนัยหนึ่ง พึงกำหนดว่าเรายืนอยู่ ณ โอกาสนี้ อสุภนิมิตอยู่ ณ โอกาสนี้

โดยปริเฉท พึงกำหนดว่า ร่างนี้เบื้องต่ำแต่พื้นเท้าขึ้นไป เบื้องบนแต่ปลายผมลงมา เบื้องขวากำหนดด้วยหนัง และในฐานะตามที่กำหนดนั้นเต็มไปด้วยศพ ๓๒ ศพนั่นเทียว อีกนัยหนึ่ง พึงกำหนดว่า นี่เป็นตอนมือ นี้เป็นตอนเท้า นี้เป็นตอนศีรษะ นี้เป็นตอนกลางตัว แห่งอสุภะที่ขึ้นพองนั้นเทียว แหละหรือคนถือเอาฐานะได้ประมาณเท่าใด พึงกำหนดถือเอาฐานะเท่านั้นนั่นแลว่า ร่างเช่นนี้นี้เป็นอสุภะที่ขึ้นพอง

อนึ่ง ร่างของสตรีย่อมไม่ควรแก่บุรุษ หรือร่างของบุรุษย่อมไม่ควรแก่สตรี ในร่างที่มีส่วนขัดกันอารมณ์ย่อมไม่ปรากฏ มีแต่จะเป็นปัจจัยแก่ความกำเริบทั่วไปเท่านั้น พระอรรถกถาจารย์กล่าวไว้ในอรรถกถามัชฌิมนิกายว่า จริงอยู่ สตรีแม้จะเป็นร่างอันน่าเกลียดแล้วก็ตาม ก็ยังครอบงำจิตของบุรุษได้ ดังนี้ เพราะเหตุนั้น โยคีบุคคลพึงถือเอานิมิตโดยอาการ ๖ อย่าง ดังพรรณนามาแล้วนั้น เฉพาะแต่ในร่างที่มีส่วนเข้ากันได้เท่านั้น

[๑๑๑] ก็แหละ กุลบุตรใดมีกัมมัฏฐานอันได้ล่องเสพไว้แล้วในสำนักของพระพุทธเจ้าทั้งหลายในปางก่อน มีธุดงค์อันบริหารแล้ว มีมหาวัตรปูอันย่ำยีแล้ว มีสังขารอันได้กำหนดรู้แล้ว มีนามรูปอันกำหนดแยกแล้ว มีความสำคัญว่าสัตว์อันได้เพิกถอนแล้ว มีสมณธรรมอันได้บำเพ็ญแล้ว มีวาสนาอันได้อบรมแล้ว มีภาวนาอันได้เจริญแล้ว ในสำนักของพระพุทธเจ้าทั้งหลายในปางก่อน ผู้มีพิษ มีญาณอันยอดยิ่ง มีกิเลสน้อย ปฏิภาคนิมิตย่อมปรากฏแก่กุลบุตรนั้น ตรงฐานะที่มองดูแล้วมองดูแล้วนั่นแล ถ้าหากว่าปฏิภาคนิมิตไม่ปรากฏด้วยอาการอย่างนี้ แต่นั้นก็จะปรากฏโดยการถือเอานิมิตด้วยอาการ ๖ อย่างดังพรรณนามา

๑ ดูเทียบ อง. ปญจก. (ไทย) ๒๒/๕๕/๗๖
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka