ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ก็แหละ แม้จะได้ถือเอานิมิตด้วยอาการ ๖ อย่างดังพรรณนาแล้วนั้น ปฏิภาคนิมิตก็ไม่ปรากฏแก่โยคีบุคคลใด อันโยคีบุคคลนั้นพึงถือเอานิมิตด้วยอาการ ๕ อย่างแม้ต่อไปอีก คือ โดยที่ต่อ ๑ โดยช่อง ๑ โดยที่เว้า ๑ โดยที่นูน ๑ โดยรอบ ๆ ๑
[๑๑๒] ในอาการ ๕ อย่างนั้น คำว่า โดยที่ต่อ คือโดยที่ต่อ ๑๘ แห่ง
ถาม - ก็แหละ ในอสุภะที่ขึ้นพองจักกำหนดที่ต่อ ๑๘ แห่งอย่างไร ?
ตอบ - เพราะเหตุนั้น อันโยคีบุคคลนั้นพึงกำหนดโดยที่ต่อด้วยสามารถแห่งที่ต่อใหญ่ ๆ ๑๔ แห่ง อย่างนี้คือ ที่ต่อข้อมือขวา ๑ แห่ง ที่ต่อข้อมือซ้าย ๑ แห่ง ที่ต่อเท้าขวา ๑ แห่ง ที่ต่อเท้าซ้าย ๑ แห่ง ที่ต่อคอ ๑ แห่ง ที่ต่อสะเอว ๑ แห่ง
คำว่า โดยช่อง ความว่า พึงกำหนดโดยช่องอย่างนี้คือ ช่องมือ ช่องเท้า ช่องท้อง ช่องหู ช่องว่าง แม้นัยตาทาง ๒ ที่หลับหรือถลึงและปากที่ปิดหรือเปิด ก็พึงกำหนดได้
คำว่า โดยที่เว้า ความว่า ที่ ๆ เว้าในร่างศพอันใด ได้แก่ เบ้าตา ภายในปากหรือหลุมคอ พึงกำหนดที่ ๆ เว้านั้น อีกอย่างหนึ่ง พึงกำหนดว่า เราอยู่ ณ ที่ลุ่ม ร่างศพอยู่ ณ ที่ดอน
คำว่า โดยที่นูน ความว่า ที่ ๆ นูนในร่างศพอันใด ได้แก่ หัวเข่า หน้าอก หรือหน้าผาก พึงกำหนดที่ ๆ นูนนั้น อีกอย่างหนึ่ง พึงกำหนดว่า เราอยู่ ณ ที่ดอน ร่างศพอยู่ ณ ที่ลุ่ม
คำว่า โดยรอบ ๆ ความว่า พึงกำหนดร่างศพทั้งหมดโดยรอบ ๆ คือส่องญาณไปในร่างศพทั้งสิ้นแล้ว ที่ตรงไหนปรากฏแจ่มชัด พึงตั้งจิตไว้ ณ ที่ตรงนั้นว่า อุทธุมาตกํ - อุทธุมาตกํ หรือว่า อสุภะที่ขึ้นพอง - อสุภะที่ขึ้นพอง ฉะนี้
ถ้าปฏิภาคนิมิตยังไม่ปรากฏแม้ด้วยการกำหนดอย่างนี้ ตรงที่สูงแห่งท้องย่อมเป็นสิ่งที่ขึ้นพองมากกว่า โยคีบุคคลพึงตั้งจิตไว้ ณ ที่ตรงที่สูงแห่งท้องนั้น โดยบริกรรมว่า อุทธุมาตกํ - อุทธุมาตกํ หรือว่า อสุภะที่ขึ้นพอง - อสุภะที่ขึ้นพอง ฉะนี้