ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
นี้ไปทางขวา อนึ่ง ณ สถานที่ตรงนี้แห่งอุทธุมาตกอสุภะนั้นมีก้อนหิน ณ สถานที่ตรงนี้มีจอมปลวก ณ สถานที่ตรงนี้มีต้นไม้ ณ สถานที่ตรงนี้มีกอไม้ ณ สถานที่ตรงนี้มีเครือไม้ อันโยคีบุคคลกำหนดทางมาอย่างนี้มาถึงสถานที่แล้ว แม้เมื่อจะเดินจงกรม พึงอธิษฐานจงกรมอันเป็นไปในส่วนแห่งอสุภนิมิตนั้นนั่นเทียว อธิบายว่าพึงเดินจงกรม ณ ภูมิประเภทอันผินหน้าสู่ทิศแห่งอสุภนิมิต เมื่อจะนั่งก็พึงปูลาดแม้อาสนะที่เป็นไปในส่วนแห่งอสุภนิมิตนั้นนั่นเทียว ก็แหละ ถ้า ณ ทิศนั้นมีบ่อน้ำ เหว ต้นไม้ รั้ว หรือเปือกตมกันอยู่ ไม่สามารถที่จะเดินจงกรมตรงภูมิประเภทอันผินหน้าสู่ทิศแห่งอสุภนิมิตนั้นได้ แม้อาสนะก็ไม่อาจปูลาดได้เพราะไม่มีโอกาส ไม่ต้องเหลียวไปดูทิศโน้นก็ได้ พึงเดินจงกรมและนั่ง ณ ที่อันสมควรแก่โอกาสนั้นเถิด แต่ต้องทำจิตให้มุ่งหน้าตรงไปสู่ทิศแห่งอสุภะนั้นให้จงได้
[๑๑๔] บรรดาปัญหาทั้งหลายมีอาทิว่า การกำหนดนิมิตโดยรอบ ๆ มีอะไรเป็นประโยชน์ บัดนี้จะอธิบายในคำอรรถกถาว่า มีความไม่หลงเป็นประโยชน์ เป็นต้นดังต่อไปนี้:-
ก็เมื่อโยคีบุคคลไปยังสถานที่แห่งนิมิตที่ขึ้นพอง ในเวลาอันไม่สมควรทำความกำหนดนิมิตโดยรอบ ๆ แล้วลืมตาดูเพื่อจับนิมิตอยู่นั่นแล ร่างศพนั้นจะปรากฏเป็นเหมือนลุกขึ้นยืน เหมือนจะมาทับ แหละเหมือนติดตามไป โยคีบุคคลนั้น ครั้นเห็นอารมณ์อันน่ากลัวน่าหวาดเสียวนั้นแล้ว ก็จะเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่านเหมือนจะเป็นบ้า ย่อมจะถึงความกลัวความสะดุ้งหวาดเสียวความขนพอง เพราะว่า ในบรรดาอารมณ์กัมมัฏฐาน ๓๘ อย่างที่ท่านจำแนกไว้ในพระบาลี อารมณ์อื่น ๆ ที่จะเป็นอารมณ์น่ากลัวเห็นปานฉะนี้ย่อมไม่มี เพราะในกัมมัฏฐานบทนี้โยคีบุคคลชื่อว่าเป็นผู้หมุนหนีออกจากฌาน เพราะเหตุไร ? เพราะกัมมัฏฐานนี้เป็นอารมณ์ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนั้น อันโยคีบุคคลนั้นพึงยังใจทำสติให้ปรากฏด้วยดีแล้วพึงบรรเทาความหวาดเสียว โดยตระหนักว่า ร่างของคนตายแล้วที่จะลุกขึ้นมาติดตามหามีไม่ จริงอยู่ ถ้าก้อนหินหรือเครือไม้ที่อยู่ใกล้แห่งอสุภนิมิตนั้น จะพึงเดินมาได้แม้ร่างศพก็จะพึงเดินมาได้ แท้จริงก้อนหินหรือเครือไม้นั้นย่อมเดินมาไม่ได้ ฉันใด แม้ร่างศพก็เดินมาไม่ได้ ฉันนั้น