visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 330 | >>

อันโยคีบุคคลพึงทำภาวนาจิตให้เป็นไปในอสุภะที่ขึ้นพองอย่างน่าเกลียด ทำฌานให้บังเกิดแล้ว เจริญวิปัสสนาอันมีฌานเป็นไปปทัฏฐานอยู่ พึงเป็นผู้มีปกติมองเห็นอานิสงส์อย่างนี้ว่า เราจักหลุดพ้นจากชราทุกข์และมรณทุกข์ด้วยข้อปฏิบัตินี้เป็นแน่แท้

ก็แหละ เหมือนอย่างว่า บุรุษเชิญใจได้แก้วมณีอันมีค่ามากแล้ว เป็นผู้มีความสำคัญในแก้วมณีนั้นเป็นรัตนะว่า เราได้สิ่งอันหาได้ด้วยยากแล้วหนอ จึงทำความเคารพให้เกิดแล้วประพฤติให้เป็นที่รัก ด้วยความรักอันกว้างขวาง พึงรักษาแก้วมณีนั้นไว้ ฉันใด อันโยคีบุคคลก็ฉันนั้นเหมือนกัน คือเป็นผู้มีความสำคัญในอสุภนิมิตนั้นเป็นรัตนะว่า กัมมัฏฐานซึ่งทำได้ด้วยยากนี้เราได้แล้ว เป็นเช่นกับแก้วมณีที่มีค่ามากของบุรุษเชิญใจ เพราะว่า ผู้เจริญอุทธุมาตกกัมมัฏฐาน ย่อมกำหนดมหาธาตุรูปทั้ง ๔ ของตน ผู้เจริญอานาปานกัมมัฏฐาน ย่อมกำหนดลมที่นาสิกของตน ผู้เจริญกสิณกัมมัฏฐาน ทำรูปกสิณแล้วย่อมเจริญได้ตามความสบาย ด้วยเหตุดังกล่าวมานี้ กัมมัฏฐานทั้งหลายนอกนี้ ชื่อว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ด้วยง่าย ส่วนอุทธุมาตกอสุภกัมมัฏฐานนี้ ดำรงสภาพอยู่ได้เพียงวันเดียวหรือสองวันเท่านั้น หลังจากนั้นไปย่อมถึงภาวะเป็นวินีลกอสุภกัมมัฏฐานเป็นต้น เพราะฉะนั้น กัมมัฏฐานที่ทำได้ด้วยยากยิ่งไปกว่าอุทธุมาตกอสุภกัมมัฏฐานนี้ จึงไม่มี ฉะนี้แล้ว พึงเข้าไปตั้งความเคารพไว้ ประพฤติให้เป็นที่รักอย่างสนิท รักษานิมิตนั้นไว้ พึงผูกจิตไว้เสมอ ๆ ในอสุภนิมิตนั้น ทั้ง ณ ที่พักกลางคืนทั้ง ณ ที่พักกลางวันโดยบริกรรมว่า อสุภะขึ้นพองน่าเกลียด อสุภะขึ้นพองน่าเกลียด พึงนึกพึงมนสิการถึงนิมิตนั้นบ่อย ๆ พึงทำให้เป็นนิมิตอันความตรึกตะล่อมไว้แล้วอนุวิตกตะล่อมไว้แล้ว

[๑๑๗] เมื่อโยคีบุคคลนั้นกระทำอยู่โดยประการดังกล่าวมา ปฏิภาคนิมิตย่อมบังเกิดขึ้น

ความต่างกันแห่งนิมิตทั้ง ๒

ในอุทธุมาตกอสุภะนั้นความต่างกันแห่งนิมิตทั้ง ๒ ดังนี้ อุคคหนิมิต ย่อมปรากฏเป็นสิ่งพิลึกร่าง น่าหวาดเสียว ดูน่าสะพรึงกลัว ส่วน ปฏิภาคนิมิต ย่อมปรากฏเหมือนคนเมืองค่อยชะอ้อนพักที่กินอิ่มแล้วนอน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka