visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 346 | >>

พระผู้มีพระภาคพระองค์ใด ไม่ทรงประกอบด้วยกิเลสอันใดและไม่ทรงประกอบด้วยโทษสิ่งใด พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้เป็นพระนาถะของโลก เป็นผู้ไกลจากกิเลสและโทษเหล่านั้น เพราะเหตุนั้นจึงทรงปรากฏพระนามว่า อรหํ

(๒) ข้อว่าเป็นผู้กำจัดอริทั้งหลาย

[๑๒๖] อนึ่ง อริ คือกิเลสทั้งหลายเหล่านั้น อันพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นทรงกำจัดแล้วด้วยพระอริยมรรค เพราะเหตุนั้น พระองค์จึงทรงพระนามว่า อรหํ แม้เพราะเหตุเป็นผู้กำจัดซึ่งอริทั้งหลาย

แม้เพราะเหตุที่อริทั้งหลาย อันได้แก่กิเลสมีราคะเป็นต้น แม้ทุก ๆ อย่างอันพระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระนาถะของโลก ทรงกำจัดแล้วด้วยศาสตราคือพระปัญญา ฉะนั้น พระองค์จึงทรงปรากฏพระนามว่า อรหํ ฉะนี้

(๓) ข้อว่าเป็นผู้หักซี่งกำทั้งหลาย

[๑๒๗] อนึ่ง สังสารจักรนี่ย่อมมี ดุม สำเร็จด้วยอวิชชาและภวตัณหา มี กำ สำเร็จด้วยอกุศลสังขารมีปัญญาสังขารเป็นต้น มี กง สำเร็จด้วยชราและมรณะ เอา เพลา อันสำเร็จด้วยอาสวะและสมุทัยสอดเข้าแล้ว ประกอบเข้าเป็น ตัวรถ คือภพ ทั้งสาม แล่นไปตลอดกาลไม่มีเบื้องต้นและที่สุด

กำทั้งหลายแห่งสังสารจักรนั้นทุก ๆ ซี่ อันพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นทรงประทับยืนอยู่บนพื้นปฐพีคือศีล ด้วยพระบาททั้ง ๒ คือวีริยะ ณ ควงพระศรีมหาโพธิ์ ทรงจับขอชฎีคือพระพุทธญาณอันทำกำให้สิ้นสูญ ทรงหักแล้ว เพราะเหตุนั้น พระองค์จึงทรงพระนามว่า อรหํ แม้เพราะเหตุที่ทรงหักซี่งกำทั้งหลาย

[๑๒๘] อีกประการหนึ่ง สังสารวัฏฏะนั้นมีเบื้องต้นและที่สุดรู้มิได้ เรียกว่า สังสารจักร แหละสังสารจักรนั้น มีอวิชชาเป็นดุม เพราะเป็นมูลเหตุ ชราและมรณะเป็นกง เพราะเป็นปลายเหตุ ปฏิจจสมุปบาทธรรมที่เหลือ ๑๐ ประการเป็นกำ เพราะมีอวิชชาเป็นมูลเหตุและเพราะมีชราและมรณะเป็นปลายเหตุ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka