visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 35 | >>
  1. ภิกษุทำการชักสื่อ ให้ชายหญิงเป็นผัวเมียกัน เพราะมีอาชีพเป็นเหตุ เพราะมีอาชีพเป็นตัวการ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
  2. ภิกษุพูดใส่ความว่า ภิกษุใดอยู่ในวัดของท่าน ภิกษุนั้นเป็นพระอรหันต์ ดังนี้ เพราะมีอาชีพเป็นเหตุ เพราะมีอาชีพเป็นตัวการ เมื่อยังยืนยันอยู่ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
  3. ภิกษุไม่ได้ต้องอาบัติ ขอภัตตาหารอันประณีตเพื่อตนมาฉัน เพราะมีอาชีพเป็นเหตุ เพราะมีอาชีพเป็นตัวการ ต้องอาบัติปาจิตตีย์
  4. ภิกษุณีไม่ได้ต้องอาบัติ ขอภัตตาหารอันประณีตเพื่อตนมาฉัน เพราะมีอาชีพเป็นเหตุ เพราะมีอาชีพเป็นตัวการ ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ
  5. ภิกษุไม่ได้ต้องอาบัติ ขอแกงหรือข้าวสุกเพื่อตนมาฉัน เพราะมีอาชีพเป็นเหตุ เพราะมีอาชีพเป็นตัวการ ต้องอาบัติทุกกฎ

บาปธรรม 5 อย่างในพระบาลี

ในบาปธรรมมีการหลอกลวงเป็นต้น มีพระบาลีดังต่อไปนี้

ในบาปธรรมเหล่านั้น การหลอกลวง เป็นอย่างไร การส่อหน้า กิริยาส่อหน้า การหลอกลวง กิริยาหลอกลวง ภาวะที่หลอกลวง ด้วยการแสร้งเสพปัจจัย 4 หรือด้วยการพูดกระซิบ หรือการส่อหน้า กิริยาส่อหน้า การหลอกลวง กิริยาหลอกลวง ภาวะที่หลอกลวง คือการวางท่า การตั้งท่า การแต่งท่าแห่งอิริยาบถทั้ง 4 อันใด ของภิกษุผู้อิงอาศัยลาภสักการะและความสรรเสริญ ผู้มีความปรารถนาลามก ผู้อันความปรารถนาครอบงำแล้ว นี้เรียกว่า การหลอกลวง

ในบาปธรรมเหล่านั้น การพูดเลาะเล็ม เป็นอย่างไร การพูดทัก การพูดออด การพูดเอาใจ การพูดยกยอ การพูดยกยอให้หนักขึ้น การพูดลุ่มลึก การพูดให้รักอย่างพร่ำเพรื่อ การพูดลดตนลง การพูดเหมือนแกงถั่ว และการพูดรับเป็นพี่เลี้ยงเด็ก อันใดของภิกษุผู้อิงอาศัยลาภสักการะและความสรรเสริญ ผู้มีความปรารถนาลามก ผู้อันความปรารถนาครอบงำแล้ว นี้เรียกว่า การพูดเลาะเล็ม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka