visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 352 | >>

การประกอบความบทหนึ่งในธรรมเหล่านั้น (มีตัวอย่าง) ดังต่อไปนี้ คือ ชราและมรณะ เป็นทุกขสัจ ชาติ เป็นสมุทยสัจ ความลัดออกซึ่งทุกขสัจและสมุทยสัจแม้ทั้ง ๒ เป็นนิโรธสัจ ปฏิปทาที่เป็นเหตุรู้แจ้งซึ่งนิโรธสัจ เป็นมรรคสัจ พระผู้มีพระภาคตรัสรู้ คือ ทรงรู้โดยอนุโลม ทรงรู้โดยปฏิโลม ซึ่งสรรพธรรมทั้งหลายโดยการยกขึ้นที่ละบท ๆ อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้ ด้วยเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงกล่าวไว้ว่า ก็แหละ พระผู้มีพระภาคทรงได้พระนามว่า สัมมาสัมพุทโธ เพราะเหตุที่เป็นผู้ตรัสรู้สรรพธรรมทั้งหลายโดยชอบด้วย ด้วยพระองค์เองด้วย ฉะนี้

๓. อธิบายบท วิชชาจรณสมฺปนฺโน

[๑๓๓] ก็แหละ พระผู้มีพระภาคทรงได้พระนามว่า วิชชาจรณสมฺปนฺโน เพราะเหตุที่พระองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยวิชชาทั้งหลายด้วย ด้วยจรณะด้วย ใน ๒ ประการนี้ วิชชา ๓ ก็ดี วิชชา ๘ ก็ดี ชื่อว่า วิชชา วิชชา ๓ นักศึกษาพึงทราบโดยนัยที่ตรัสไว้ในภยสูตร วิชชา ๘ พึงทราบโดยนัยที่ตรัสไว้ในอัมพัฏฐสูตร นั่นเถิด จริงอยู่ ในอัมพัฏฐสูตรนั้นพระผู้มีพระภาคตรัสวิชชา ๘ โดยกำหนดเอาอภิญญา ๖ บวกด้วยอัปปสนานุคตและมโนมยิทธิ ธรรม ๑๕ ประการนี้คือ สีลสังวร ๑ ความรักษาทวารที่อินทรีย์ทั้ง ๑ ความรู้จักประมาณในโภชนะ ๑ การประกอบความเพียร ๑ สัทธรรมเจ็ด ๑ รูปาวจรฌานสี่ ๑ พึงทราบว่า จรณะ จริงอยู่ ธรรม ๑๕ ประการนี้เท่านั้น ตรัสว่าเป็นจรณะ เพราะเหตุที่เป็นทางดำเนินไปสู่ที่คอมตะของพระอริยสาวก สมดังที่ตรัสไว้ว่า มหานามะ อริยสาวกในศาสนานี้ย่อมเป็นผู้มีศีล ดังนี้ เป็นอาทิ คำทั้งหมดย่อมทราบโดยนัยที่ตรัสไว้ในมชฌิมปัณณาสก นั่นเถิด

พระผู้มีพระภาค ทรงประกอบแล้ว ด้วยวิชชา ๘ นี้ และจรณะนี้ ด้วยเหตุนั้น พระองค์จึงทรงได้พระนามว่า วิชชาจรณสมฺปนฺโน

๑ ดูเทียบ ม. ม. (ไทย) ๑๓/๓๙๔/๔๗๓, ขุ. สุ. (ไทย) ๒๕/๖๒/๒๓๗
๒ ดูเทียบ ที. สี. (ไทย) ๙/๒๑๗/๑๐๐-๑๐๑
๓ สัทธรรม ๗ คือ ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา
๔ ดูเทียบ ม. ม. (ไทย) ๑๓/๒๔/๒๑
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka