ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
พระผู้มีพระภาคทรงได้พระนามว่า โลกวิทู เพราะทรงรู้แจ้งโลกโดยประการทั้งปวง มิใช่ด้วยการเดินไปให้ถึงที่สุดแห่งโลก แต่ทรงรู้โลกด้วยการรู้ความเกิดขึ้น ความดับไป และข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งโลกในกายยาววาหนึ่งนี้อันมีสัญญาและใจครองอยู่
ในกาลไหน ๆ บุคคลไม่พึงบรรลุถึงซึ่งที่สุดของโลกด้วยการเดินไป และยังไม่พึงพ้นทุกข์ได้เพราะยังไม่ถึงที่สุดของโลก แต่เรากล่าวว่าการทำที่สุดแห่งโลก การอยู่จบพรหมจรรย์ และการทำที่สุดทุกข์ ย่อมมีได้ในกายยาววาหนึ่งนี้อันมีสัญญาและใจครองอยู่
ในบทว่าโลกนี้ พึงทราบว่าโดยสรุปมี ๓ อย่าง คือ สังขารโลก สัตวโลก และ โอกาสโลก สังขารโลกได้แก่สังขารทั้งปวง สัตวโลกได้แก่สัตว์ผู้ดำรงอยู่ด้วยอาหาร และโอกาสโลกได้แก่โลกธาตุอันเป็นที่ตั้งแห่งภูเขา สมุทร และทวีปทั้งหลาย
พระผู้มีพระภาคทรงรู้โลกเหล่านี้ทั้งโดยสภาวะ ทั้งโดยสมุทัย ทั้งโดยนิโรธ และทั้งโดยนิโรธคามินีปฏิปทา เพราะฉะนั้นจึงทรงได้พระนามว่าโลกวิทู