ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
เพราะเหตุนั้นแล โดยควรบุคคลผู้มีปัญญาดี พึงบำเพ็ญความไม่ประมาทในเทวตานุสติภาวนา ซึ่งมีอานุภาพอันยิ่งใหญ่ ดังพรรณนามานี้ ในกาลทุกเมื่อ เทอญ
กล่าวพิสดารในเทวตานุสสติกัมมัฏฐาน ยุติลงเพียงเท่านี้
[๑๖๔] ก็แหละ ในวัตถารเทศนาแห่งอนุสสติ ๖ ประการเหล่านี้ พระผู้มีพระภาคตรัสพระพุทธพจน์ทั้งหลายเมื่ออาศัยว่า ในสมัยนั้น จิตของอริยสาวกนั้น ย่อมปรารภตรงดิ่งถึงตถาคต ดังนี้แล้ว ตรัสพระพุทธพจน์ใดไว้ว่า มหานามะ ก็แหละ อริยสาวกผู้มีจิตตรง ย่อมได้ความยินดีในอรรถ ย่อมได้ความยินดีในธรรม ย่อมได้ความปราโมทย์อันประกอบด้วยธรรม ปีติย่อมเกิดแก่ผู้มีความปราโมทย์ ฉะนี้ อรรถาธิบายในพระพุทธพจน์นั้น นักศึกษาพึงทราบดังนี้ ที่ตรัสว่า ย่อมได้ความยินดีในอรรถ นั้น หมายเอาความยินดีที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยใจความของพระพุทธคุณมีคำว่า อิติปิ โส ภควา เป็นต้น ที่ตรัสว่า ย่อมได้ความยินดีในธรรม นั้น หมายเอาความยินดีที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยพระบาลี ที่ตรัสว่า ย่อมได้ความปราโมทย์อันประกอบด้วยธรรม นั้น ด้วยอำนาจความยินดีทั้ง ๒ ประการ
แหละในเทวตานุสสติกถา พระพุทธพจน์ใดที่ตรัสไว้ว่า ปรารภซึ่งเทวดาทั้งหลายดังนี้ พระพุทธพจน์นั้น นักศึกษาพึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคตรัสด้วยอำนาจแห่งจิตที่เกิดปรารภเทวดาทั้งหลายในส่วนเบื้องต้นอย่างหนึ่ง ตรัสด้วยอำนาจจิตที่เกิดปรารภคุณทั้งหลายอันให้สำเร็จเป็นเทวดาเช่นเดียวกับคุณของเทวดาอย่างหนึ่ง