ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
กระดูกทั้งหมดนั้น โดยสี มีสีขาว โดยสัณฐาน มีสัณฐานต่าง ๆ กัน จริงอยู่ ในกระดูกเหล่านั้น กระดูกปลายนิ้วเท้ามีสัณฐานดั่งเมล็ดบัว กระดูกข้อกลางถัดกระดูกปลายนิ้วนั้นเข้ามามีสัณฐานดั่งเมล็ดขนุน กระดูกข้อโคนมีสัณฐานดั่งปั้นเทาะว์ กระดูกหลังเท้ามีสัณฐานดั่งกองแห้งคล้าที่ถูกบุบ กระดูกส้นเท้ามีสัณฐานดังวาตลีนลอนเดียว กระดูกข้อเท้ามีสัณฐานดั่งลูกสะบ้าสำหรับเล่นที่ผูกไว้ กระดูกแข้งตรงที่ตั้งลงในกระดูกข้อเท้า มีสัณฐานดั่งหน่อไม้ที่ถูกปอกเปลือก กระดูกแขนท่อนเล็กมีสัณฐานดั่งคันธนู ท่อนใหญ่มีสัณฐานดั่งหัวงูผอม กระดูกเข่ามีสัณฐานดั่งต่อมน้ำที่แห้งไปข้างหนึ่ง กระดูกแข้งตรงที่ตั้งจรดในกระดูกเข่านั้นมีสัณฐานดั่งเขาโคปลายทู่ กระดูกขามีสัณฐานดั่งง่ามพร้าและด้ามขวานที่ถากไม่เรียบ กระดูกขาตรงที่ตั้งจรดในกระดูกสะเอวมีสัณฐานดั่งลูกสะบ้า กระดูกสะเอวตรงที่ตั้งจรดกับกระดูกขานั้นมีสัณฐานดั่งผลมะงั่วใหญ่ปลายปาก แตกเป็น ๒ ข้าง แต่ติดเป็นอันเดียวกัน มีสัณฐานดั่งเตาของช่างหม้อ แต่ละชิ้นมีสัณฐานดังคีมช่างทอง กระดูกตะโพกที่ตั้งอยู่ทางด้านปลายมีสัณฐานดั่งพังพานงูที่เขาวางคว่ำหน้าไว้ มีช่องเล็กช่องใหญ่ ๗-๘ แห่ง กระดูกสันหลังข้างในมีสัณฐานดั่งห่วงดินุกที่วางซ้อนกันไว้ ข้างนอกมีสัณฐานดั่งลูกประคำ ในระหว่างกระดูกสันหลังเหล่านั้น มีเดือยอยู่ ๒ ซี่คล้ายฟันเลื่อย ในกระดูกซี่โครง ๒๔ ซี่ ซี่ที่ไม่เต็มมีสัณฐานดั่งเคียวหง่า ซี่ที่เต็มมีสัณฐานดั่งเคียวเต็มเล่ม ทั้งหมดมีสัณฐานดั่งปีกกางของไก่ขาว กระดูก ๑๔ ท่อนมีสัณฐานดั่งเรือนคานหามที่คร่ำครวญ กระดูกหัวใจมีสัณฐานดั่งจวัก กระดูกรากขวัญมีสัณฐานดั่งมีดโลหะเล่มเล็ก ๆ กระดูกสะบักมีสัณฐานดั่งจอบขาวสีเหล้าที่เทียนไปข้างหนึ่ง กระดูกแขนมีสัณฐานดั่งด้ามแว่น กระดูกปลายแขนมีสัณฐานดั่งรากตาลคู่ กระดูกข้อมือมีสัณฐานดั่งห่วงแผ่นตะกั่วที่เขาเชื่อมหักติดกันตั้งไว้ กระดูกหลังมือมีสัณฐานดั่งกองแห้งคล้าที่ถูกบุบ กระดูกข้อโคนนิ้วมือมีสัณฐานดั่งปั้นเทาะว์ กระดูกข้อกลางนิ้วมือมีสัณฐานดั่งเมล็ดขนุนไม่เต็มเม็ด