ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
[๑๘๙] คำว่า นหารู ได้แก่เอ็น ๙๐๐ เส้น โดยสี เอ็นทั้งหมดมีสีขาว โดยสัณฐาน มีสัณฐานต่าง ๆ จริงอยู่ ในเอ็นเหล่านั้น เอ็นใหญ่ที่รึงรัดร่างกายอันตั้งแต่ส่วนบนแห่งคอหยั่งลงไปทางข้างหน้า ๕ เส้น ทางข้างหลังก็ ๕ เส้น ทางข้างขวาก็ ๕ เส้น ทางข้างซ้ายก็ ๕ เส้น แม้ที่รึงรัดมือขวา ทางข้างหน้าก็ ๕ เส้น ทางข้างหลังก็ ๕ เส้น ที่รึงรัดมือซ้ายก็อย่างนั้น แม้ที่รึงรัดท้าวขวา ทางข้างหน้าเท้าก็ ๕ เส้น ทางข้างหลังเท้าก็ ๕ เส้น ที่รึงรัดเท้าซ้ายก็อย่างนั้น ดังนี้แล เอ็นใหญ่ ๖๐ เส้นอันได้นามว่า สรีรรกก (เอ็นรึงรัดร่าง) รึงรัดร่างกาย การหยั่งลงไป ซึ่งเรียกกันว่ากัณฑรา (เอ็นรากเท้า) ก็มี เอ็นเหล่านั้นทั้งหมดมีสัณฐานดั่งต้นกล้าอ่อน ส่วนเอ็นอื่น ๆ ตั้งคลุมตำแหน่งนั้น ๆ อยู่ ที่เล็กกว่าเอ็นสรีรรกกนั้นมีสัณฐานดั่งเส้นด้าย เอ็นอื่นที่เล็กกว่านั้นมีสัณฐานดั่งเถากระพังโหมนั้นแล อื่นที่เล็กกว่านั้นมีสัณฐานดั่งสายพิณใหญ่ เอ็นที่หลังมือและเท้ามีสัณฐานดั่งต้นนก เอ็นที่ศีรษะมีสัณฐานดั่งข่ายคลุมศีรษะทารก เอ็นที่หลังมีสัณฐานดังวานเปียกที่เขาผึ่งไว้ที่แดด เอ็นอันแล่นไปตามองค์อวัยวะน้อยใหญ่ นั้น ๆ ที่เหลือมีสัณฐานดังเสื้อร่างแหที่สวมร่างกายไว้ โดยทิศ เกิดในทิศทั้ง ๒ โดยโอกาส มันตั้งยึดกระดูกในร่างกายทั้งสิ้นอยู่ โดยปริจเฉท เบื้องต่ำกำหนดด้วยพื้นที่มันตั้งอยู่บนกระดูก ๓๐๐ ท่อน เบื้องบนกำหนดด้วยตำแหน่งที่มันทับจรดเนื้อและหนังอยู่ เบื้องขวากำหนดด้วยส่วนของกันและกัน นี้เป็นกำหนดส่วนที่เป็นสภาคกัน ส่วนการกำหนดที่ต่างกันก็เช่นเดียวกับผมนั้นแล
[๑๙๐] คำว่า อฏฺฐิ ความว่า ยกเว้นกระดูกฟัน ๓๒ ซี่เสีย ที่เหลือเป็นกระดูกประมาณ ๓๐๐ ท่อน อย่างนี้คือ กระดูกมือ ๖๔ ท่อน กระดูกเท้า ๖๔ ท่อน กระดูกอ่อนที่ติดเนื้ออยู่ ๖๔ ท่อน กระดูกส้นเท้า ๒ ท่อน กระดูกข้อเท้าข้างละ ๒ ท่อน กระดูกแข้งข้างละ ๒ ท่อน กระดูกเข่าข้างละ ๑ ท่อน กระดูกขาข้างละ ๑ ท่อน กระดูกสะเอว ๒ ท่อน กระดูกสันหลัง ๑๘ ท่อน กระดูกซี่โครง ๒๔ ท่อน กระดูกหน้าอก ๑๔ ท่อน กระดูกหัวใจ ๑ ท่อน กระดูกรากขวัญ ๒ ท่อน กระดูกสะบัก ๒ ท่อน กระดูกต้นแขน ๒ ท่อน กระดูกปลายแขนข้างละ ๒ ท่อน กระดูกคอ ๗ ท่อน กระดูกคาง ๒ ท่อน กระดูกจมูก ๑ ท่อน กระดูกเบ้าตา ๒ ท่อน กระดูกหู ๒ ท่อน กระดูกหน้าผาก ๑ ท่อน กระดูกกระหม่อม ๑ ท่อน กระดูกกะโหลกศีรษะ ๙ ท่อน