ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ชื่อว่าท้อง ได้แก่อวัยวะที่หุ้มเสมือนโป่งผ้าที่เกิดขึ้นตรงกลางผ้าเปียกน้ำที่รวบชายทั้ง ๒ ข้างเข้า ภายนอกเกลี้ยง ภายในเป็นดังผ้าซับระดูที่เปื้อนแล้วห่อกากเนื้อไว้ แม้จะกล่าวว่าภายในท้องนั้นเป็นดังข้างในของผลขนุนเปลือกก็ควร มันเป็นที่อยู่ของหมู่หนอน แยกประเภทเป็นถึง ๓๒ ตระกูล เป็นต้นว่า ตระกูลตักโกฐกะ พยาธิปากขอ คัณฑุปาทกะ พยาธิไส้เดือน ตาลหีรกะ พยาธิเสี้ยนตาล สูจิมุขกะ พยาธิปากเข็ม ปฏตันตุกะ พยาธิตัวแบน สุตตกะ พยาธิเส้นด้าย พากันอาศัยคลาคล่ำเป็นกลุ่ม ๆ ไป ซึ่งเมื่อของกินมีน้ำและข้าวเป็นต้นไม่มีในท้อง มันก็เที่ยวพลุกพล่านกันให้ระงมไป พากันตรงเข้าบ่อนเนื้อหัวใจ และเวลาคนกลืนอาหารมีน้ำและข้าวลงไป มันก็พากันชูปากตะลี้ตะลานเข้าแย่งอาหารที่คนกลืนกินลงไปครั้งแรก ๒-๓ คำ ท้องนั้นซึ่งเป็นเรือนคลอด เป็นวัจฏกุฏี เป็นโรงพยาบาล และเป็นสุสานของหมู่หนอนเหล่านั้น ซึ่งเป็นที่ของกินมีน้ำและข้าวเป็นต้นมีประการต่าง ๆ ที่แหลกด้วยสากคือฟัน อันมือคือลิ้นพลิกไปพลิกมา เกลือกกลั้วด้วยน้ำลายและน้ำย่อย กลับกลายเป็นของปราศจากความสมบูรณ์ด้วยสี กลิ่น รสเป็นต้น เป็นเสมือนกับน้ำข้าวในที่ทอหูกและรากสุนัขตกลงไปแล้ว ก็เกลือกกลั้วด้วยน้ำดี เสลด และลม ละเอียดแล้วด้วยกำลังความร้อนแห่งไฟในท้อง อากูลไปด้วยหมู่หนอน ปล่อยเป็นฟองฟอดและต่อมขึ้นบนเรื่อยไป ถึงความเป็นกากเป็นของเหม็นและน่าเกลียดอย่างยิ่งตั้งอยู่ เปรียบเหมือนเมื่อฝนเม็ดหนักตกลงมาในฤดูแล้ง ซากชนิดต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่ปัสสาวะ อุจจาระ ท่อนหนัง ท่อนกระดูก ท่อนเอ็น น้ำลาย น้ำมูกและเลือด ตกลงไปที่น้ำฝนพัดพามาตกลงไปในแอ่งโสโครกข้างประตูบ้านพวกคนจัณฑาลแล้วประสมเข้ากับน้ำโคลน ๒-๓ ส่วน ก็เกิดเป็นหมู่หนอน เป็นไอขึ้นด้วยกำลังความร้อนแห่งแสงแดด ปล่อยฟองและต่อมขึ้นข้างบน มีสีเขียวคล้ำ เหม็นและน่าเกลียดอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นภาพที่ไม่น่าเข้าใกล้ ไม่น่าดูเลยตั้งอยู่ จะป่วยกล่าวไปไยถึงการดมและการลิ้มเล่าฉะนั้น เพียงแต่ได้ฟังก็เกิดความไม่พอใจในน้ำและข้าวเป็นต้น จะกล่าวไปไยถึงการดูด้วยปัญญาจักษุเล่า และในที่ที่ของกินมีน้ำและข้าวเป็นต้นซึ่งตกลงไป ถึงความจำแนกเป็น ๕ ส่วน คือ ส่วนหนึ่งถูกสัตว์กิน ส่วนหนึ่งถูกไฟธาตุในท้องแผดเผา ส่วนหนึ่งเป็นปัสสาวะ ส่วนหนึ่งเป็นอุจจาระ ส่วนหนึ่งถึงความเป็นรสแล้วเพิ่มพูนส่วนแห่งร่างกายมีเลือดและเนื้อเป็นต้น