ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ชาติอดทกลั้นต่อทุกขเวทนาแรงกล้าอันจะคร่าชีวิตเสียได้ ได้อาศัยสีต่าง ๆ แห่งส่วนทั้งหลายมีผมเป็นต้น จะเป็นผู้ได้ฌาน ๔ แทงตลอดอภิญญา ๖
เพราะเหตุนั้นแล ภิกษุผู้มีปัญญาพึงเป็นผู้ไม่ประมาท บำเพ็ญกายคตาสตินี้ อันมีอานิสงส์เป็นเอนกดังกล่าวมานี้ ฉะนี้
นี้เป็นกลางขอยอย่างพิสดารในกายคตาสติ
[๒๑๕] บัดนี้ ถึงลำดับการแสดงการเจริญอานาปานสติกัมมัฏฐาน มีวัตถุ ๑๖ ที่พระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญไว้อย่างนี้ว่า ภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติสมาธิ แม้นี้แล อันพระโยคีเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นธรรมสงบประณีต เยือกเย็น และเป็นเครื่องอยู่เป็นสุข และยังอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว ๆ ให้ อันตรธาน สงบระงับไปโดยพลัน ดังนี้ แล้วทรงแสดงไว้อย่างนี้ว่า ภิกษุทั้งหลาย ก็อานาปานสติสมาธิอันพระโยคีอบรมแล้วอย่างไร ? ทำให้มากแล้วอย่างไร ? จึงเป็นธรรมสงบประณีต เยือกเย็น และเป็นเครื่องอยู่เป็นสุขและยังอกุศลธรรมอันลามกซึ่งเกิดขึ้นแล้ว ๆ ให้อันตรธานสงบระงับไปโดยพลัน ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในพระธรรมวินัยนี้ ผู้อยู่ป่า หรืออยู่ตามโคนไม้ หรืออยู่ในเรือนว่างเปล่า นั่งคู้บัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติไว้เฉพาะหน้า เธอมีสติหายใจออก มีสติหายใจเข้า
๑. เธอหายใจออกยาวก็รู้ว่าเราหายใจออกยาว หรือหายใจเข้ายาวก็รู้ว่าเราหายใจเข้ายาว