ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
สามารถแห่งวิธีมีการละลำดับเป็นต้น อัปปนาย่อมเกิดขึ้นโดยลำดับ ในภาวนาวิธีนั้น การปรากฏด้วยสามารถแห่งสี สัณฐาน ทิศ โอกาส และเขตกำหนดแห่งส่วนทั้งหลายมีผมเป็นต้น จัดเป็นอุคคหนิมิต การปรากฏด้วยสามารถแห่งความเป็นของปฏิกูลโดยอาการทั้งปวง เป็นปฏิภาคนิมิต เมื่อพระโยคาวจรเสพอยู่โดยมากซึ่งปฏิภาคนิมิตนั้น ยังปฏิภาคนิมิตให้เป็นไปอยู่ อัปปนาย่อมเกิดขึ้น ด้วยสามารถแห่งความเป็นปฐมฌาน ดุจในอสุกกัมมัฏฐานทั้งหลายตามนัยที่กล่าวแล้วนั้นแล อัปปนานั้น สำหรับท่านผู้มีส่วนหนึ่งปรากฏเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หรือว่าท่านถึงอัปปนาในส่วนหนึ่งแล้วไม่ทำความเพียรในส่วนอื่นอีก ย่อมเกิดขึ้นอย่างเดียวเท่านั้น แต่สำหรับท่านที่มีส่วนปรากฏไม่ใช่ส่วนเดียว หรือท่านที่ได้บรรลุฌานในส่วนหนึ่งแล้ว ย่อมทำความเพียรแม้ในส่วนอื่นอีก ปฐมฌานทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นโดยจำนวนแห่งส่วนดุจปฐมฌานที่เกิดแก่พระมัลลเถระ
ได้ยินว่า ท่านพระมัลลเถระนั้นจับมือพระที่มาภายกอกยเถระแล้วกล่าวว่า ท่านอภัย จงเรียนปัญหานี้แก่ที่นี่ก่อน ดังนี้แล้วกล่าวต่อไปว่า พระมัลลเถระได้ปฐมฌาน ๓๒ ในโกฏฐาสะ ๓๒ ถ้ากลางคืนเข้าปฐมฌานอย่างหนึ่ง กลางวันเข้าปฐมฌานอย่างหนึ่ง ท่านย่อมเวียนมาถึงปฐมฌานนั้นอีกโดยกาลถึงเดือน แต่ถ้าวันหนึ่งเข้าปฐมฌานอย่างหนึ่ง ท่านย่อมเวียนมาถึงปฐมฌานนั้นอีกโดยกาลเกินเดือนหนึ่ง แม้กัมมัฏฐานนี้ จะสำเร็จด้วยสามารถแห่งความเป็นปฐมฌานอย่างนี้ ท่านก็กล่าวว่า กายคตาสติ เพราะสำเร็จด้วยกำลังแห่งสติในปฏิกูลกายะมีสีและสัณฐานเป็นต้น
ก็แลโยคีบุคคลผู้หมั่นประกอบกายคตาสตินี้แล้ว ย่อมเป็นผู้ครอบงำทั้งความยินร้ายและความยินดี อันความยินร้ายก็ครอบงำท่านไม่ได้ และความยินดีทำได้ครอบงำท่านไม่ ท่านข่มเสียได้ ครอบงำเสียได้ ซึ่งความไม่ยินดีที่เกิดขึ้นอยู่ เป็นผู้ข่มความกลัวภัยได้ อันความกลัวภัยหาข่มท่านได้ไม่ แต่ท่านข่มเสียได้ ครอบงำเสียได้ ซึ่งความกลัวภัยที่เกิดขึ้นอยู่ เป็นผู้ทนต่อความหนาว ร้อน ฯลฯ เป็นคน