ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
[๒๒๒] ก็เพราะเหตุในจตุกกะทั้ง ๔ เหล่านี้ จตุกกะนี้เท่านั้นท่านกล่าวด้วยสามารถกัมมัฏฐานของพระโยคาวรผู้เริ่มบำเพ็ญเพียร ส่วน ๓ จตุกกะนอกจากนี้ ท่านกล่าวไว้ด้วยสามารถเวทนานุปัสสนานี้ จิตตานุปัสสนา และธัมมานุปัสสนา ของพระโยคาวรผู้บรรลุฌานแล้วในจตุกกะที่ ๑ นี้ ฉะนั้น กุลบุตรผู้เริ่มบำเพ็ญเพียรประสงค์จะนำเพ็ญกัมมัฏฐานนี้แล้วบรรลุพระอรหัตพร้อมทั้งปฏิสัมภิทา ด้วยวิปัสสนาอันมีฌานที่ ๔ ซึ่งมีลมหายใจออกเข้าเป็นอารมณ์เป็นเหตุใกล้ พึงทำกิจทุกอย่างมีการชำระศีลให้บริสุทธิ์เป็นต้น โดยนัยดังกล่าวแล้วในก่อนนั่นแล แล้วพึงกำหนดกัมมัฏฐานอันประกอบด้วยสนธิ ๕ ประการ ในสำนักของพระอาจารย์มีประการดังกล่าวแล้ว
ในอีกการอันว่าด้วยกัมมัฏฐานอันประกอบด้วยสนธิ ๕ ประการนั้น สนธิ ๕ เหล่านี้ คือ
๑. อุคคหะ การเรียน (การกำหนด)
๒. ปริปุจฉา การสอบถาม
๓. อุปัฏฐาน ความปรากฏ
๔. อัปปนา ความแนบแน่น
๕. ลักขณะ เครื่องหมาย
ในสนธิ ๕ นั้น การเรียนพระกัมมัฏฐานชื่อว่า อุคคหะ การสอบถามพระกัมมัฏฐานชื่อว่า ปริปุจฉา ความปรากฏแห่งพระกัมมัฏฐานชื่อว่า อุปัฏฐาน ความแน่วแน่แห่งกัมมัฏฐานชื่อว่า อัปปนา ความกำหนดหมาย มีอธิบายว่า การทรงจำสภาวะแห่งกัมมัฏฐานว่า กัมมัฏฐานนี้มีลักษณะอย่างนี้ ชื่อว่า ลักขณะ
เมื่อพระโยคาวรกำหนดกัมมัฏฐานอันประกอบด้วยสนธิ ๕ ประการดังพรรณนามาจะนี้ แม้ตนเองก็ไม่ต้องลำบาก แม้อาจารย์ก็ไม่ต้องรบกวนท่าน เพราะเหตุนั้น พระโยคาวรพึงให้อาจารย์บอกแต่ในย้อย สายย่อสั้นเวลานาน แล้วกำหนดกัมมัฏฐาน