visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 471 | >>

อธิบายจตุกกะที่ ๒

บทว่า ปีติปฏิสเวที แปลว่า ภิกษุสำเหนียกว่าเราจักทำปีติให้เป็นอันตนรู้แจ้งแล้ว คือทำให้ปรากฏแล้ว หายใจออกหายใจเข้า ในข้อนั้นมีอธิบายดังนี้ว่า ปีติย่อมเป็นธรรมชาติอันพระโยคาวจรรู้แจ้งแล้ว โดยอาการ ๒ อย่าง คือ โดยอารมณ์ ๑ โดยการไม่หลงลืม ๑ ถามว่า ปีติเป็นธรรมชาติอันภิกษุรู้แจ้งแล้วโดยอารมณ์อย่างไร ? แก้ว่า ภิกษุเข้าฌาน ๒ ที่มีปีติ ปีติย่อมเป็นธรรมชาติอันภิกษุนั้นรู้แจ้งแล้วโดยอารมณ์ ด้วยการได้เฉพาะซึ่งฌาน. ในขณะแห่งสมาบัติ เพราะอารมณ์ท่านรู้แจ้งแล้ว โดยไม่หลงลืมเป็นอย่างไร ? คือ ครั้นเธอเข้าฌาน ๒ ที่มีปีติออกแล้ว พิจารณาเห็นปีติที่สัมปยุตด้วยฌานโดยความสิ้นไปเสื่อมไป ปีติก็เป็นอันชื่อว่าเธอรู้แจ้งแล้วโดยไม่หลงลืม เพราะรู้ลักษณะในขณะที่เห็นด้วยวิปัสสนาปัญญา สมจริงดังคำที่ท่านกล่าวไว้ในปฏิสัมภิทาว่า เมื่อภิกษุชัดซึ่งภาวะแห่งจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง ไม่ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจแห่งความหายใจออกยาว สติย่อมตั้งมั่น ปีตินั้นเป็นอันเธอรู้แจ้งแล้วด้วยสตินั้น ด้วยญาณนั้น เมื่อภิกษุรู้แจ้งอยู่ซึ่งภาวะที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่งไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยอำนาจความหายใจออกยาว ฯลฯ ด้วยอำนาจความหายใจเข้าสั้น ฯลฯ ด้วยอำนาจหายใจออกสั้น ด้วยสามารถรู้แจ้งกายทั้งสิ้นหายใจออกหายใจเข้า ฯลฯ ด้วยอำนาจทำกายสังขารให้สงบหายใจออกเข้า สติย่อมตั้งมั่น ปีติเป็นธรรมชาติที่เธอรู้ได้ชัด ด้วยสตินั้น ด้วยปัญญานั้น เมื่อภิกษุรู้ฟังถึงอยู่... เห็นอยู่... ปัจจเวกขณ์อยู่... อธิษฐานจิตอยู่... น้อมใจเชื่อด้วยศรัทธาอยู่... ประคองความเพียรอยู่... ยังสติให้ตั้งมั่นอยู่... เริ่มตั้งจิตมั่น... รู้ชัดอยู่ด้วยปัญญา... รู้ยิ่งอยู่ซึ่งสิ่งที่ควรรู้ยิ่ง... ละสิ่งที่ควรละ... ทำให้เกิดสิ่งที่ควรทำให้เกิด... ทำให้แจ้งสิ่งที่ควรทำให้แจ้ง ปีตินั้นก็เป็นสิ่งที่เธอรู้แจ้ง ด้วยประการฉะนี้.

แม้บทที่เหลือนั้นก็บัณฑิตพึงทราบโดยความตามนัยนั้นนั่นแล แต่ในที่นี้มีความแปลกกันดังนี้ คือ พึงทราบภาวะที่ภิกษุรู้แจ้งซึ่งสุขด้วยอำนาจแห่งฌาน ๓ พึงทราบภาวะที่ภิกษุรู้แจ้งซึ่งจิตสังขารด้วยอำนาจแห่งฌานทั้ง ๔ บทว่า จิตตสังขาโร ได้แก่

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka