ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ถาม - เพราะเหตุไร จึงต้องพิจารณาให้เห็นโทษของความโกรธ และอานิสงส์ของขันติก่อน ?
ตอบ - เพราะการเจริญเมตตาพรหมวิหารนี้ ความประสงค์ก็เพื่อที่จะสลัดทิ้งเสียซึ่งความโกรธและให้บรรลุถึงซึ่งขันติคุณ เป็นจุดหมายสำคัญ ประกอบด้วยมีกฎความจริงอยู่ว่า ใคร ๆ ก็ตาม ย่อมไม่อาจสลัดทิ้งซึ่งโทษที่ตนไม่ได้เห็น และไม่อาจที่จะบรรลุถึงซึ่งอานิสงส์ที่ตนมิได้รู้มาก่อน
เพราะฉะนั้น ก่อนแต่จะลงมือเจริญเมตตากัมมัฏฐาน โยคีบุคคลจึงต้องพิจารณาให้เห็นโทษของความโกรธเสียก่อน ทั้งนี้โดยอาศัยนัยที่พระพุทธองค์ตรัสสอนไว้เป็นหลัก อาทิเช่น
อาวุโส คนที่โกรธขึ้นมาแล้ว ถูกความโกรธครอบงำแล้ว มีจิตอันความโกรธยึดครองไว้แล้ว ย่อมอาจล้างผลาญชีวิตของกันและกันได้ทีเดียว
และต้องพิจารณาให้รู้อานิสงส์ของขันติ ทั้งนี้โดยอาศัยนัยที่พระพุทธองค์ตรัสสอนไว้เป็นหลัก อาทิเช่น
ขันตี คือ ความยับยั้งใจไว้ได้ เป็นธรรมเครื่องเผาบาปให้เหือดแห้งขั้นเยี่ยม เราขอยกย่องบุคคลผู้มีขันติเป็นกำลัง มีขันติเป็นกองทัพว่าเป็นพราหมณ์ คุณธรรมที่จะเป็นเครื่องป้องกันความฉิบหาย และนำไปซึ่งประโยชน์อันยิ่งใหญ่มาให้แก่ตนและคนอื่น ที่จะประเสริฐวิเศษยิ่งไปกว่าขันตินั้น ย่อมไม่มี
๑ ดูเทียบ องฺ. ติก. (ไทย) ๒๐/๗๒/๒๙๒ ๒ ดูเทียบ ที. ม. (ไทย) ๑๐/๘๐/๕๐ ๓ ดูเทียบ ขุ. ธ. (ไทย) ๒๕/๓๑๙/๑๔๙ ๔ ดูเทียบ สํ. ส. (ไทย) ๑๔/๒๘๐/๑๒๕