ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
[๒๔๐] ในพรหมวิหาร ๔ อย่าง คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขานั้น ในระหว่างอนุสติกัมมัฏฐาน ที่แสดงไว้แล้ว เมื่อโยคี บุคคลผู้แรกเริ่มทำกัมมัฏฐานประสงค์จะเจริญเมตตาพรหมวิหารข้อแรกให้บังเกิดขึ้นในจิตสันดานของตน เบื้องต้นต้องตัดปลิโพธ คือความกังวล ๑๐ ประการ ให้สิ้นห่วงเสียก่อน ครั้นแล้วจึงไปเรียนเอาวิธีเจริญเมตตากัมมัฏฐานในสำนักของอาจารย์ ให้เป็นที่เข้าใจพอที่จะนำไปปฏิบัติให้ถูกต้องได้ ครั้นแล้วเมื่อจะเริ่มปฏิบัติพึงบริโภคอาหารให้ถึงหน้า สำราญพอแก่ความต้องการ และบรรเทาความง่วงอันเกิดแต่การบริโภคนั้นให้สร่างหายก่อน ลำดับนั้นพึงไปนั่งขัดสมาธิอย่างสบาย ณ อาสนะซึ่งได้ตระเตรียมไว้ล่วงหน้าตรงที่อันสงัดปราศจากเสียงรบกวนและไม่มีคนพลุกพล่านไปมา โดยเอกเทศแห่งใดแห่งหนึ่ง เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้วประการแรกจงพิจารณาให้เห็นโทษของความโกรธ และอานิสงส์ของขันติอย่างเด่นชัดเสียก่อน
๑ คำว่า “โยคี” หรือ “โยคาวจร” เป็นชื่อเรียกผู้ทำความเพียรทั่วไป โดยเฉพาะใช้เรียกผู้เจริญกัมมัฏฐานทั่วไป คนภายนอกพุทธศาสนาทำความเพียรทรมานตน เพื่อให้บรรลุมรรคผลตามลัทธิของเขา ก็เรียกว่า โยคี หรือโยคาวจรเหมือนกัน
๒ ปลิโพธ คือ ความกังวล ๑๐ นั้นได้แก่ ๑. ความกังวลในที่อยู่ ๒. ความกังวลในตระกูลอุปัฏฐาก ๓. ความกังวลในลาภสักการะ ๔. ความกังวลในหมู่ ๕. ความกังวลในการงาน ๖. ความกังวลในการเดินทาง ๗. ความกังวลในหมู่อุปถิ ๘. ความกังวลในการเจ็บป่วย ๙. ความกังวลในการเรียน ๑๐. ความกังวลในการแสดงฤทธิ์ หรือทำของขลัง ความพิสดารอยู่ในกัมมัฏฐานคณนินเทส
๓ กิจเบื้องต้นที่จำต้องทำก่อนเจริญกัมมัฏฐานนั้น มีพิสดารในกัมมัฏฐานคณนินเทส