ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ส่วนคำแผ่กรุณาไปในทิศโดยอาการ ๑๐ ในบุคคลอีก ๑๑ จำพวกตั้งแต่จำพวกที่ ๒ คือ สพฺเพ ปาณา ปาณะทั้งปวงถึงจำพวกที่ ๑๒ สพฺเพ วินิปาติกา พวกสัตว์วินิปาติกะทั้งปวงนั้น ผู้ปฏิบัติจงนำมาประกอบเรื่องทำนองเดียวกันกับบุคคลที่ ๑ ต่างแต่ต้องยกเอาบุคคลนั้น ๆ มาประกอบแทนตรงที่ว่า สตฺตา ในคำบาลี กับตรงที่ว่า สัตว์ ในคำไทยเท่านั้น เห็นว่าผู้ปฏิบัติสามารถที่จะนำมาประกอบได้เอง จึงไม่ยกมาแสดงไว้เต็มรูปในที่นี้
ในกรุณาภาวนานี้ เมื่อโยคีบุคคลปฏิบัติจนได้สำเร็จถึงขั้นอัปปนาฌานและทำการแผ่กรุณาจิตไปโดยอาการ ๕ ในอโนธิโสบุคคล โดยอาการ ๗ ในโอธิโสบุคคล และโดยอาการ ๑๐ ในบุคคล ๑๒ จำพวก โดยภาวนาวิธีดังแสดงมา ก็จะได้อัปปนาฌานทั้งหมด ๑๓๒ อัปปนา ในอโนธิโสสรณา ๕ ในโอธิโสสรณา ๗ ในทิสาผสรณา ๑๒๐ (๕+๗+๑๒๐ = ๑๓๒)
ก็แหละ โยคีบุคคลผู้เจริญกรุณาภาวนา จนสำเร็จถึงขั้นอัปปนาฌานเป็นฌานลาภีบุคคลแล้ว ย่อมมีอันหวังได้ซึ่งอานิสงส์แห่งกรุณา ๑๑ ประการ มีนอนเป็นสุขเป็นต้น ฉันเดียวกับเมตตาภาวนาทุกประการนั่นเทียว
----------