visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 551 | >>

๓. มุทิตาภาวนา

[๒๖๐] โยคีบุคคลผู้มีความประสงค์จะเจริญมุทิตาพรหมวิหารนั้น ประการแรก พึงเตรียมทำบทกิจเบื้องต้นให้เสร็จสิ้นก่อน นับตั้งแต่ตัดปัลิโพธความกังวล ๑๐ ประการ จนถึงเป็นผู้ ณ อาสนะอย่างเรียบร้อย เหมือนอย่างที่ได้แสดงไว้แล้วในเมตตาภาวนาทุกประการ ครั้นแล้วจึงลงมือเจริญมุทิตากัมมัฏฐานต่อไป

ห้ามเจริญในบุคคล ๓ จำพวกอันดับแรก

ก็แหละ เมื่อโยคีบุคคลจะเจริญมุทิตากัมมัฏฐานนั้น ห้ามมิให้เจริญไปในบุคคล ๓ จำพวกนี้เป็นอันดับแรก คือ คนที่รัก ๑ คนเป็นกลาง ๆ ๑ คนคู่เวร ๑ เพราะเหตุว่า แม้คนเป็นที่รักนั้นก็ไม่เป็นบรรทัดฐานพอที่จะให้มุทิตาเกิดขึ้นได้ในอันดับแรก ด้วยมาตรว่าภาวะเป็นที่รักเท่านั้น

อธิบายว่า คนผู้อยู่ในฐานะเป็นที่รักกันอย่างธรรมดา แต่เป็นผู้ขาดคุณสมบัติพิเศษประจำตัว เช่น ความเป็นผู้มีหน้าตาเบิกบานแช่มชื่นเสมอ ความเป็นผู้ฉลาดทักทายปราศรัยก่อน ความเป็นผู้พูดจาไพเราะ มีมารยาทละเอียดอ่อนโยน และความสนุกร่าเริง เป็นต้น อันเป็นผลสำเร็จมาด้วยปฏิสนธิวิญญาณที่ประกอบด้วยโสมนัสเวทนา คนผู้ขาดคุณสมบัติประจำตัวเช่นที่กล่าวมานี้ แม้จะนับเนื่องอยู่ในเครือคนที่รักนับถือกันก็ตาม ก็ไม่พอที่จะเป็นเหตุให้มุทิตาพรหมวิหารนี้เกิดขึ้นในจิตสันดานของผู้ปฏิบัติในอันดับแรกได้ ยิ่งคนเป็นกลาง ๆ และคนคู่เวรด้วยแล้วก็ไม่ต้องพูดถึงกันละ ยิ่งห่างไกลจากความเป็นบรรทัดฐานแห่งมุทิตาภาวนาอันดับแรกมากทีเดียว

ส่วนคนต่างเพศ กับคนที่ตายแล้ว จะเอามาเป็นเขตหรืออารมณ์ของมุทิตากัมมัฏฐานนี้ไม่ได้เลย โดยส่วนเดียว เพราะเหตุไร? ได้แสดงไว้แล้วในเมตตาภาวนา

คนที่ควรเจริญมุทิตาถึงอันดับแรก

ก็แหละ เพื่อนที่รักมาก จัดเป็นบุคคลที่เป็นบรรทัดฐานพอที่จะให้มุทิตาเกิดขึ้นได้ในอันดับแรก หรือคนประเภทที่ท่านอรรถกถาจารย์เรียกว่า เพื่อนใจนักเลง ซึ่งเป็นผู้มีอัธยาศัย ชอบสนุกร่าเริงยิ้มก่อนพูดเสมอ นับเป็นบุคคลที่ควรเจริญมุทิตา

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka