visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 552 | >>

ไปถึงเป็นอันดับแรกได้เช่นเดียวกัน หรือคนที่รักนั่นแหละ แต่เป็นผู้สมบูรณ์พูนสุขมีเครื่องบำรุงบำเรออย่างเพียบพร้อม กำลังร่าเริงบันเทิงใจอยู่ ก็เช่นเดียวกัน

เมื่อโยคีบุคคลได้เห็นมาด้วยตาเองก็ดี หรือเพียงแต่ได้ทราบข่าวก็ดี แล้วพึงเจริญมุทิตาให้เป็นไปในบุคคลเห็นปานนั้นเป็นอันดับแรก ก่อนกว่าบุคคลประเภทอื่น คือ พึงเจริญด้วยบทภาวนาว่า

โมทติ วตายํ สตฺโต, อโห สาธุ อโห สุฏฐุ.
สัตว์ผู้นี้ร่าเริงจริงหนอ, ขออนุโมทนาด้วยเถอะหนอ,

หรืออีกแบบหนึ่งว่า

อยํ สตฺโต ยถาลทฺธสมฺปตฺติโต มา วิคจฺฉตุ.
ขอสัตว์ผู้นี้จงอย่าได้พลัดพรากจากสมบัติที่ได้แล้วเลย

ถ้าตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไปก็ว่า

เอเต สตฺตา ยถาลทฺธสมฺปตฺติโต มา วิคจฺฉนฺตุ.
ขอสัตว์เหล่านี้จงอย่าได้พลัดพรากจากสมบัติที่ได้แล้วเลย

หรือว่า

สพฺเพ สตฺตา ยถาลทฺธสมฺปตฺติโต มา วิคจฺฉนฺตุ.
ขอสัตว์ทั้งปวงจงอย่าได้พลัดพรากจากสมบัติที่ได้แล้วเลย

โยคีบุคคลพึงนึกภาวนาในใจไปตามบทภาวนานี้อย่างแล้ว ๆ เล่า ๆ จนมุทิตาจะปรากฏชัดขึ้นในใจและได้บรรลุถึงขั้นอุปจารสมาธิและอัปปนาสมาธิตามลำดับ

เพราะอาศัยอำนาจความหมายนี้นั่นเอง พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสวิธีเจริญมุทิตาภาวนาไว้เป็นแบบอย่าง ซึ่งมีปรากฏอยู่ในคัมภีร์วิภังค์ปกรณ์ฯ ดังนี้

ภิกษุผู้มีจิตประกอบด้วยมุทิตา ย่อมแผ่มุทิตาจิตไปทางทิศหนึ่งอยู่ นั่นคือทำอย่างไร? ภิกษุผู้มีจิตประกอบด้วยมุทิตา ย่อมแผ่มุทิตาจิตไปยังสัตว์ทั้งปวงทุก ๆ จำพวก เหมือนอย่างที่ได้เห็นคนอื่น ซึ่งเป็นที่รักใคร่เป็นที่เจริญใจคนหนึ่งแล้วพึงพลอยโมทนายินดีด้วยฉะนั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka