ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
๖. สพฺเพ ปจฺฉิมาย อนุทิสาย สตฺตา ยถาลทฺธสมฺปตฺติโต มา วิคจฺฉนฺตุ.
ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศพายัพจงอย่าได้พลัดพรากจากสมบัติที่ได้แล้วเลย
๗. สพฺเพ อุตฺตราย อนุทิสาย สตฺตา ยถาลทฺธสมฺปตฺติโต มา วิคจฺฉนฺตุ.
ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศอีสานจงอย่าได้พลัดพรากจากสมบัติที่ได้แล้วเลย
๘. สพฺเพ ทกฺขิณาย อนุทิสาย สตฺตา ยถาลทฺธสมฺปตฺติโต มา วิคจฺฉนฺตุ.
ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศหรดีจงอย่าได้พลัดพรากจากสมบัติที่ได้แล้วเลย
๙. สพฺเพ เหฏฺฐิมาย ทิสาย สตฺตา ยถาลทฺธสมฺปตฺติโต มา วิคจฺฉนฺตุ.
ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศเบื้องล่างจงอย่าได้พลัดพรากจากสมบัติที่ได้แล้วเลย
๑๐. สพฺเพ อุปริมาย ทิสาย สตฺตา ยถาลทฺธสมฺปตฺติโต มา วิคจฺฉนฺตุ.
ขอสัตว์ทั้งปวงในทิศเบื้องบนจงอย่าได้พลัดพรากจากสมบัติที่ได้แล้วเลย
ส่วนคำแผ่มุทิตาไปในทิศโดยอาการ ๑๐ ในบุคคลอีก ๑๑ จำพวกตั้งแต่จำพวกที่ ๒ สพฺเพ ปาณา ปาณะทั้งปวง ถึงจำพวกที่ ๑๒ สพฺเพ วินิปาติกา พวกสัตว์วินิปาติกะทั้งปวงนั้น ผู้ปฏิบัติจงนำมาประกอบเรื่องโดยทำนองเดียวกับบุคคลที่ ๑ ต่างแต่ต้องยกเอาบุคคลนั้น ๆ มาประกอบแทนตรงที่ว่า สตฺตา ในคำบาลี กับตรงที่ว่า สัตว์ ในคำไทยเท่านั้น เห็นว่าผู้ปฏิบัติสามารถที่จะนำมาประกอบได้เองจึงไม่ได้ยกมาแสดงไว้เต็มรูป