visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 566 | >>

๙. สพฺเพ เหฏฺฐิมาย ทิสาย สตฺตา กมฺมสฺสกา โหนฺติ.
สัตว์ทั้งปวงในทิศเบื้องล่างเป็นผู้มีกรรมเป็นของแห่งตน

๑๐. สพฺเพ อุปริมาย ทิสาย สตฺตา กมฺมสฺสกา โหนฺติ.
สัตว์ทั้งปวงในทิศเบื้องบนเป็นผู้มีกรรมเป็นของแห่งตน

ส่วนการแผ่อุเบกขาไปในทิศโดยอาการ ๑๐ ในบุคคลอีก ๑๑ จำพวก หรือ ๑๑ วาระ ตั้งแต่จำพวกที่ ๒ สพฺเพ ปาณา ปาณะทั้งปวง ถึงจำพวกที่ ๑๒ สพฺเพ วินิปาติกา พวกสัตว์วินิปาติกะทั้งปวงนั้น ผู้ปฏิบัติจงนำมาประกอบเรื่องโดยทำนองเดียวกับวาระที่ ๑ ต่างแต่ต้องยกเอาบุคคลประเภทนั้น ๆ มาประกอบแทนตรงที่ว่า สตฺตา ในคำบาลี หรือตรงที่ว่า สัตว์ ในคำไทยเท่านั้น เห็นว่าผู้ปฏิบัติสามารถที่จะนำมาประกอบได้เอง จึงไม่ยกมาแสดงไว้เต็มรูปในที่นี้

อุเบกขาอัปปนา ๑๓๒

ในอุเบกขาภาวนานี้ เมื่อโยคีบุคคลปฏิบัติจนได้บรรลุถึงขั้นอัปปนาจตุตถฌาน และได้ทำการแผ่อุเบกขาไปโดยอาการแห่งภาวนา ๕ ในอโนธิโสบุคคล โดยอาการแห่งภาวนา ๗ ในโอธิโสบุคคล และโดยอาการแห่งภาวนา ๑๐ ในบุคคล ๑๒ จำพวก โดยภาวนาวิธีดังแสดงมาก็จะได้อัปปนาฌานทั้งสิ้น ๑๓๒ อัปปนา คือ อัปปนาในอโนธิโสผรณา ๕ ในโอธิโสผรณา ๗ และในทิสาผรณา ๑๒๐ (๕ + ๗ + ๑๒๐ = ๑๓๒)

อานิสงส์อุเบกขา

ก็แหละโยคีบุคคลผู้เจริญอุเบกขาพรหมวิหารนี้จนได้สำเร็จขั้นอัปปนาจตุตถฌาน เป็นจตุตถฌานลาภีบุคคลแล้วย่อมมีอันหวังได้ซึ่งอานิสงส์ถึง ๑๑ ประการ มี นอนเป็นสุข เป็นต้น ฉันเดียวกับเมตตาพรหมวิหารทุกประการนั่นแล

อุเบกขาภาวนา จบ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka