ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
[๓๐๗] แต่ในมหาหัตถิปโทปมสูตร ทรงแสดงโดยพิสดารด้วยสามารถภิกษุผู้บำเพ็ญธาตุกัมมัฏฐานซึ่งมีปัญญาไม่เฉียบแหลมนักอย่างนี้ว่า
อาวุโส ก็ปฐวีธาตุภายในเป็นไฉน ? สิ่งใดที่หยาบแข็ง อันปัจจนยึดมั่นแล้ว เป็นภายในจำเพาะตัว คือ ผม ขน เล็บ ฟัน ฯลฯ อาหารใหม่ อาหารเก่า ก็หรืออันใดอันหนึ่งแม้อื่น ที่หยาบแข็งอันปัจจนยึดมั่นแล้ว ซึ่งเป็นไปในภายในเฉพาะตัว อาวุโส นี่แหละคือปฐวีธาตุอันเป็นไปในภายใน ดังนี้ด้วย
อาวุโส ก็อาโปธาตุภายในเป็นไฉน ? สิ่งใดเป็นของเอิบอาบ ถึงความซึมซาบ อันปัจจนยึดมั่นแล้ว เป็นภายในเฉพาะตัว คือ ดี ฯลฯ มูตร ก็หรืออันใดอันหนึ่งแม้อื่น ที่เป็นของเอิบอาบถึงความซึมซาบ อันปัจจนยึดมั่นแล้ว ซึ่งเป็นภายในเฉพาะตัว อาวุโส นี่เรียกว่าอาโปธาตุอันเป็นไปภายใน ดังนี้ด้วย
อาวุโส ก็เตโชธาตุภายในเป็นไฉน ? สิ่งใดเป็นของร้อน ถึงความเป็นของร้อน อันปัจจนยึดมั่นแล้ว เป็นภายในเฉพาะตัว คือสิ่งที่เป็นเหตุให้เร่าร้อน ให้โทษ ให้ถูกเผาผลาญ ให้ของที่บริโภค ของที่ดื่ม ของที่เคี้ยวกิน และของที่ลิ้มถึงความย่อยด้วยดี ก็หรืออันใดอันหนึ่งแม้อื่นที่เป็นของร้อนถึงความเป็นของร้อน อันปัจจนยึดมั่นแล้ว ซึ่งเป็นภายในเฉพาะตัว อาวุโส นี่เรียกว่าเตโชธาตุภายใน ดังนี้ด้วย
อาวุโส ก็วาโยธาตุอันเป็นไปภายในเป็นไฉน ? สิ่งใดเป็นลม ถึงความพัดไปมา อันปัจจนยึดมั่นแล้ว เป็นภายในเฉพาะตัว ลมพัดขึ้นเบื้องบน ลมพัดลงเบื้องต่ำ ลมพัดอยู่ในท้อง ลมพัดอยู่ในไส้ ลมที่แล่นไปตามอวัยวะน้อยใหญ่ ลมหายใจเข้าออก ก็หรือว่าอันใดอันหนึ่งที่มีลักษณะดังนี้ หรือแม้อื่น คือเป็นลม ถึงความพัดไปมา อันปัจจนยึดมั่นแล้ว ซึ่งเป็นไปภายในเฉพาะตัว อาวุโส นี่เรียกว่าวาโยธาตุอันเป็นไปภายใน ดังนี้ด้วย
ก็ในมหาหัตถิปโทปสูตรนี้ฉันใด แม้ในราหุโลวาทสูตร และธาตุวิภังคสูตร ก็เหมือนกัน ฉันนั้น
ในพระสูตรนั้น มีขยายความบทที่ยังไม่กระจ่างดังต่อไปนี้ คำว่า อันเป็นไปภายใน เฉพาะตัว ทั้ง ๒ นี้เป็นชื่อของสิ่งที่เป็นนิยกะ สิ่งที่เกิดในตน อธิบายว่า เนื่องกับสันดานของตนชื่อว่า นิยกะ นิยกะนี้นั้นฉันเดียวกับคำพดในหมู่หญิงในโลก เขาย่อมเรียกว่า อิตถีติ คำเฉพาะผู้หญิงฉันใด เรียกว่าเป็นภายใน เพราะเป็นไป