ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ภายในกระโหลกศีรษะ ธรรมเหล่านี้เว้นแล้วจากการใส่ใจและพิจารณากันและกัน ชื่อว่ามันสมอง ดังบรรยายมานี้ ได้แก่ส่วนหนึ่งโดยเฉพาะในสรีระนี้ เป็นสภาพที่ไม่มีเจตนา เป็นอัพยากฤต ว่างเปล่า มิใช่สัตว์ แข็งกระด้าง จัดเป็นปฐวีธาตุ
[๓๓๑] ๒๑. บรรดาดีทั้งหลาย ดีไม่เป็นผักช้าซ่านตั้งอยู่ทั่วสรีระ ซึ่งเนืองด้วยชีวิตินทรีย์ ดีที่เป็นผักอยู่ในผักดี พึงกำหนดในดีนั้นว่า น้ำมันที่ซึมซาบขนม ขนมหารู้ไม่ว่า น้ำมันซึมซาบเราอยู่แล้ว แม้น้ำมันก็หารู้ไม่ว่า เราซึมซาบขนมอยู่แล้ว ฉันใด สรีระก็นั้นนั่น หารู้ไม่ว่าดีที่ไม่เป็นผักซึมซาบเราอยู่ แม้ดีที่ไม่เป็นผักก็หารู้ไม่ว่าเราซึมซาบสรีระอยู่ ในรังบวบขมซึ่งเต็มด้วยน้ำฝน รังบวบขมหารู้ไม่ว่า น้ำฝนอยู่ในเรา แม้น้ำฝนก็หารู้ไม่ว่าเราอยู่ในรังบวบขม ฉันใด ผักดีก็ฉันนั้นนั่น หารู้ว่าดีที่เป็นผักอยู่ในเรา แม้ดีที่เป็นผักก็หารู้ไม่ว่าเราอยู่ในผักดี ธรรมเหล่านี้เว้นแล้วจากการใส่ใจและพิจารณากันและกัน ชื่อว่าดี ดังบรรยายมานี้ ได้แก่ส่วนหนึ่งโดยเฉพาะในสรีระนี้ เป็นสภาพไม่มีเจตนา เป็นอัพยากฤต ว่างเปล่า มิใช่สัตว์ เป็นน้ำหยุ่น มีอาการซึมซาบ จัดเป็นอาโปธาตุ
[๓๓๒] ๒๒. เสลดประมาณเต็มกอบมือหนึ่ง ตั้งอยู่ในกระพุ้งท้อง พึงกำหนดในเสลดนั้นว่า ในบ่อน้ำครำซึ่งเกิดเป็นฟองเป็นฝ้าฟอดในเบื้องบน บ่อน้ำครำหารู้ไม่ว่า ฟองฝ้าตั้งอยู่ในเรา แม้ฟองฝาก็หารู้ไม่ว่า เราตั้งอยู่ในบ่อน้ำครำ ฉันใด กระพุ้งท้องก็นั้นนั่น หารู้ไม่ว่าเสลดอยู่ในเรา แม้เสลดก็หารู้ไม่ว่า เราอยู่ในพุ้งท้อง ธรรมเหล่านี้เว้นแล้วจากการใส่ใจและพิจารณากันและกัน ชื่อว่าเสลด ดังบรรยายมานี้ ได้แก่ส่วนหนึ่งโดยเฉพาะในสรีระนี้ เป็นสภาพไม่มีเจตนา เป็นอัพยากฤต ว่างเปล่า มิใช่สัตว์ เป็นน้ำหยุ่น มีอาการซึมซาบจัดเป็นอาโปธาตุ
[๓๓๓] ๒๓. หนองไม่มีโอกาสที่อยู่เป็นนิจ โลหิตตั้งห้อขึ้นในส่วนแห่งสรีระใด ๆ อันดอหรือหนามตำ หรือเปลวไฟเป็นต้นลวกแล้ว หรือฝีและต่อมเป็นต้นย่อมเกิดในส่วนแห่งสรีระใด หนองก็ตั้งขึ้นในส่วนแห่งสรีระนั้น ๆ พึงกำหนดในหนองนั้นว่า ในต้นไม้มีขี้ยางไหลออกแล้ว ด้วยสามารถถูกฟันด้วยขวานเป็นต้น ส่วนที่ถูกฟันเป็นต้นแห่งต้นไม้ หารู้ไม่ว่ายางตั้งอยู่ในเรา แม้ยางก็หารู้ไม่ว่า เราตั้งอยู่ในส่วนที่ถูกฟันเป็นต้นแห่งต้นไม้ ฉันใด ส่วนแห่งร่างกายที่ถูกดอและหนามเป็นต้นทิ่มตำก็