ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ฝ่ายในสันดานที่มีใจครอง เป็นสภาพปรากฏเป็นของใหญ่จริง ด้วยสามารถสรีระแห่งปลา, เต่า, เทวดา, ทานพ, อสูรเป็นต้น สมดังที่พระอัตถกถาจารย์ตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย ในมหาสมุทรมีอัตภาพยาวประมาณตั้ง ๑๐๐ โยชน์ ดังนี้เป็นต้น
ในมาติกาว่า เพราะเป็นสภาพเหมือนกับมหาภูต มีวินิจฉัยว่า ก็ธาตุเหล่านี้ ตัวเองเป็นของไม่เขียวเลย แต่แสดงอุปาทายรูปที่เขียวได้ ตัวเองเป็นสภาพไม่เหลือง แต่แสดงอุปาทายรูปที่เหลืองได้ ตัวเองเป็นสภาพไม่แดง แต่แสดงอุปาทายรูปที่แดงได้ ตัวเองเป็นสภาพไม่ขาวเลย แต่แสดงอุปาทายรูปที่ขาวได้ เปรียบดุจนกเล่นกลแสดงน้ำซึ่งไม่ใช่แก้วมณีแท้ ๆ ให้เป็นแก้วมณีได้ แสดงก้อนดินซึ่งไม่ใช่ทองจริง ๆ ให้เป็นทองได้ และเหมือนอย่างตัวเองไม่ใช่ยักษ์ไม่ใช่นาค ก็แสดงเป็นยักษ์ เป็นนกบ้าง เพราะเหตุนั้นจึงได้ชื่อว่ามหาภูต เพราะเป็นเหมือนกับมหาภูตคือนักเล่นกล
อนึ่ง เปรียบดุจมหาภูตมียักษ์เป็นต้น เข้าใส่ผู้ใดภายในภายนอกของผู้นั้น อันมหาภูตเหล่านั้น จะเข้าไปได้ก็หาไม่ และมหาภูตเหล่านั้นจะไม่ถึงผู้นั้นด้วยอยู่ก็หาไม่ ฉันใด แม้มหาภูตเหล่านี้ก็ฉันนั้น อันกันและกันย่อมเข้าไม่ได้ เป็นสิ่งที่ตั้งอยู่ภายในภายนอกของกันและกันก็หาไม่ และมหาภูตรูปเหล่านี้ มิใช่จะไม่อาศัยกันและกันตั้งอยู่ก็หาไม่ ฉันนั้น อีกอย่างหนึ่ง ธาตุชื่อว่าเป็นมหาภูต แม้เพราะเป็นธรรมชาติที่เสมอกับมหาภูตมียักษ์เป็นต้นโดยความเป็นฐานะที่ไม่ควรคิด
อนึ่ง เปรียบดุจมหาภูต กล่าวคือยักษิณี ปกปิดภาวะอันน่ากลัวของตนไว้โดยการปลอมแปลงสีและสัณฐานที่น่าพึงใจ ลวงสัตว์ทั้งหลาย ฉันใด แม้มหาภูตรูปเหล่านี้ก็ฉันนั้น ปกปิดลักษณะตามธรรมดาของตัว อันต่างด้วยอาการมีอาการที่ตนเป็นของแข็งแข็งเป็นต้น ด้วยผิวพรรณที่น่าพึงใจ ด้วยสัณฐานแห่งอวัยวะน้อยใหญ่ที่น่าพึงใจ และด้วยการกรีดกรายนิ้วมือนิ้วเท้าและปีกคิ้วน่าพึงใจในสรีระหญิงและชายเป็นต้น ลวงพาลชนอยู่มิให้เห็นความเป็นจริงของตน เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่ามหาภูต แม้เพราะเป็นของเสมอกับมหาภูต คือนางยักษิณี เพราะเป็นสภาพที่ลวง
ในคำว่า เพราะจำต้องบริหารมาก มีอธิบายว่า เพราะเป็นสิ่งที่จำต้องรักษาด้วยปัจจัยเป็นอันมาก จริงอยู่ มหาภูตเหล่านี้ก็เป็นอุปาทินนะ คือเป็นไปแล้วด้วยปัจจัยทั้งหลายมีเครื่องกิน และเครื่องนุ่งห่มเป็นต้นเป็นอันมาก เพราะจำต้องนำเข้าไปทุก ๆ