visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 645 | >>

อานิสงส์การกำหนดธาตุ ๔

[๓๖๐] ก็แหละ พระโยคีผู้หมั่นประกอบจตุธาตุววัฏฐานนี้ใด ย่อมยังลงสู่ความเป็นของเปล่า ย่อมเพิกถอนความสำคัญหมายว่าสัตว์ พระโยคีนั้นไม่ถึงความกำหนดแยกว่าเนื้อร้ายและยักษ์และผีเสื้อน้ำเป็นต้น เพราะเป็นผู้เพิกถอนสัตตสัญญาเสียได้ จึงเป็นผู้ทนต่อภัยและสิ่งที่น่าพึงกลัว ทนต่อความยินดียินร้าย ไม่ถึงความฟุ้งซ่านและความอึดอัดใจ ในเพราะอารมณ์ที่ปรารถนาและไม่ปรารถนา ก็แลท่านย่อมเป็นผู้มีปัญญามาก มีพระนิพพานเป็นที่สุด มิฉะนั้น ก็เป็นผู้มีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า

นักปราชญ์ ผู้พึงส่องเสพจตุธาตุววัฏฐาน ที่พระโยคีผู้ประเสริฐเพียงดังสีหะเคยเล่นมาแล้ว อันมีอานุภาพมาก อย่างนี้ เป็นนิเถยเทอญ

นิเทศแห่งการเจริญจตุธาตุววัฏฐาน ยุติเพียงเท่านี้

[๓๖๑] ก็ปัญหาอันข้าพเจ้าตั้งไว้แล้วโดยนัยเป็นต้นว่า อะไรชื่อว่าสมาธิ ? ที่ชื่อว่าสมาธิ เพราะอรรถว่ากระไร ? ดังนี้ เพื่อแสดงความพิสดารแห่งสมาธิและนัยแห่งการเจริญ ในปัญหาเหล่านั้น บทว่า พึงเจริญอย่างไรนี้ มีการพรรณนาความจบแล้วโดยประกาศทั้งปวงด้วยอาการเพียงเท่านี้แล

สมาธินั้น ที่ท่านประสงค์ในที่นี้มี ๒ อย่างเท่านั้น คือ อุปจารสมาธิ และอัปปนาสมาธิ ในสมาธิทั้ง ๒ นั้น ความมีอารมณ์แน่วแน่ในกัมมัฏฐานทั้ง ๑๐ และในจิตเป็นบูรพภาคแห่งอัปปนา ชื่อว่า อุปจารสมาธิ ความที่จิตแน่วแน่ในกัมมัฏฐานที่เหลือ ชื่อว่า อัปปนาสมาธิ สมาธิทั้ง ๒ อย่างนั้น จัดว่าอันพระโยคีอบรมแล้ว เพราะอบรมกัมมัฏฐานเหล่านั้น เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงกล่าวบทนี้ว่า พึงเจริญอย่างไรนี้ มีการพรรณนาความจบแล้วโดยประกาศทั้งปวง

อานิสงส์สมาธิภาวนา ๕ อย่าง

[๓๖๒] แต่คำใดซึ่งข้าพเจ้ากล่าวไว้ว่า อะไรเป็นอานิสงส์แห่งสมาธิภาวนา จะเก็บคำนั้น อานิสงส์แห่งสมาธิภาวนา มี ๕ อย่าง มีการอยู่เป็นสุขในภพท่านเห็นเป็นต้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka