ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสไว้ว่า ‘ถามว่า ผู้ที่เจริญปฐมฌานยังเป็นกามาพจร ย่อมเกิดในที่ไหน’ แก้ว่า ‘ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาพวกพรหมปาริสัชชา’ ดังนี้เป็นต้น อนึ่ง แม้สมาธิภาวนาละเอียด ๆ ยังนำมาซึ่งสุคติภพวิเศษคือ กามาพจรสวรรค์ ๖ ชั้นทีเดียว
๕. ส่วนท่านเหล่าใดเป็นพระอริยเจ้า เจริญสมาธิด้วยดำริว่าเราจักยังสมาบัติ ๘ ให้บังเกิด แล้วเข้านิโรธสมาบัติเป็นผู้ไม่มีความคิดนึกตลอด ๗ วัน บรรลุนิโรธนิพพานแล้ว จักอยู่เป็นสุขในภพทันตาเห็น สมาธิภาวนาอันแน่นแฟ้นของท่านเหล่านั้น มีนิโรธเป็นอานิสงส์ เพราะเหตุนั้น ท่านพระสารีบุตรจึงได้กล่าวไว้ว่า ปัญญาในการอบรมวสีด้วยญาณเจริญ ๑๖ และสมาธิเจริญ ๖ เป็นฌานในนิโรธสมาบัติ
อานิสงส์แห่งสมาธิภาวนามี ๕ อย่าง มีการอยู่เป็นสุขในภพทันตาเห็นเป็นต้น ดังบรรยายมานี้
เพราะเหตุนั้น บัณฑิตไม่พึงประมาทในการประกอบสมาธิภาวนา อันเป็นเครื่องชำระมลทินคือกิเลส มีอานิสงส์เป็นเอนกประการเทอญ
[๓๖๓] ก็ด้วยบรรหารเพียงเท่านี้ เป็นอันแสดงหมดจดแล้วแม้ซึ่งสมาธิในคัมภีร์วิสุทธิมรรค อันข้าพเจ้าแสดงแล้วด้วยธรรมอันเป็นประมุขคือ ศีล สมาธิ ปัญญา แห่งพระคาถานี้ว่า นรชนผู้มีปัญญาตั้งมั่นในศีล ดังนี้เป็นต้น
ในปกรณ์วิเสสวิสุทธิมรรค
อันข้าพเจ้ารจนาไว้ เพื่อพยุงความปราโมชแก่สาธุชนทั้งหลาย ดังนี้