visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 649 | >>

ปริเฉทที่ ๑๒

อิทธิวิธนิเทศ

อภิญญากถา

[๓๖๕] การเจริญสมาธิข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วว่า มีอภิญญาเป็นอานิสงส์ ด้วยอำนาจแห่งโลกิยอภิญญาเหล่าใด บัดนี้ เพื่อจะทำอภิญญาเหล่านั้นให้สมบูรณ์ เพราะเหตุที่โยคีบุคคลผู้ที่ได้บรรลุจตุตถฌานในปฐวีกสิณเป็นต้นแล้ว ควรทำความเพียรต่อไป ด้วยว่าเมื่อโยคีบุคคลทำได้อย่างนั้น การเจริญสมาธิของเธอก็จักได้รับอานิสงส์และเป็นภาวนาที่มั่นคง เธอผู้ประกอบด้วยการเจริญสมาธิที่ได้รับอานิสงส์และเป็นภาวนาที่มั่นคง ก็จักทำการเจริญปัญญาให้สมบูรณ์ได้โดยง่าย เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นข้าพเจ้าจักเริ่มบรรยายถึงอภิญญากถาต่อไป ก็เพื่อที่จะแสดงอานิสงส์แห่งการเจริญสมาธิ และเพื่อที่จะแสดงธรรมอันประณีต ๆ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป แก่เหล่ากุลบุตรผู้ได้สมาธิในจตุตถฌานแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสโลกิยอภิญญาทั้ง ๕ ประการ คือ

๑. อิทธิวิธี การแสดงฤทธิ์ได้ต่าง ๆ
๒. ทิพพโสตธาตุญาณ การรู้ชัดได้ยินด้วยโสตธาตุอันเป็นทิพย์
๓. เจโตปริยญาณ การรู้จักกำหนดใจผู้อื่นได้
๔. ปุพเพนิวาสานุสติญาณ การรู้นึกตามระลึกถึงชาติที่เคยอาศัยในกาลก่อนได้
๕. สัตตานํ จุตูปปาตญาณ การรู้ในการจุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลายได้

โดยชี้แจงตัวอย่างไว้ว่า โยคีบุคคลนั้นเมื่อจิตตั้งมั่นบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ปราศจากอกุศล เป็นจิตนิ่มนวลควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว อย่างนี้แล้ว ย่อมนำจิตอันน้อมจิตไปในฤทธิ์มีประการต่าง ๆ เธอย่อมได้บรรลุชนิดแห่งฤทธิ์ได้หลายอย่าง คือ แม้คนเดียวก็บันดาลให้เป็นหลายคนได้ ดังนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka