ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
อีกเรื่องหนึ่ง บิดาของเด็กกุฏบาลเป็นคนยากจนเข็ญใจ อาศัยอยู่ในกรุงราชคฤห์ บิดากับเด็กกุฏบาลนั้นขับเกวียนไปในดงเพื่อหาฟืน พอทำการบรรทุกฟืนเรียบร้อยแล้ว ในเวลาเย็นกลับมาจะใกล้ประตูเมืองอยู่แล้ว บังเอิญโคทั้งสองตัวของเขาเกิดพยศสลัดแอกออกวิ่งเข้าไปในเมือง เขาจึงให้ลูกน้อยนั่งรออยู่ที่ใกล้เกวียน แล้วตนเองก็รีบติดตามโคเข้าไปในเมืองอย่างไม่รอรี เมื่อบิดาของเด็กนั้นยังมิทันได้ออกมานายทวารก็ปิดประตูเมืองเสียแล้ว (จำต้องทิ้งลูกน้อยให้นอนอยู่ นอกเมืองเพียงคนเดียว) การที่เด็กอยู่นอกเมืองตลอด ๓ ยามแห่งราตรี ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ทั้งที่มียักษ์ร้ายเที่ยวสัญจรไปมาอยู่ก็ตาม ดังนี้ชื่อว่า ญาณวิปผารอิทธิ คือฤทธิ์ที่มีญาณปกป้องคุ้มครอง โดยนัยที่ได้กล่าวไว้แล้วแล อันเรื่องนี้ก็น่าเล่าให้พิสดาร
[๓๗๔] คุณวิเศษที่เกิดด้วยอำนาจสมถะในกาลก่อน หรือภายหลังสมาธิหรือในขณะแห่งสมาธินั้น ชื่อว่า สมาธิวิปผารอิทธิ คือฤทธิ์ที่ปกป้องด้วยสมาธิ สมดังคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ชื่อว่าฤทธิ์ที่ปกป้องด้วยสมาธิ เพราะอรรถคือการละนิวรณธรรมทั้งหลาย สำเร็จได้ด้วยปฐมฌาน ฯลฯ ชื่อว่าฤทธิ์ที่ปกป้องด้วยสมาธิ เพราะอรรถคือการละอากิญจัญญายตนสมาบัติ สำเร็จได้ด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ เหมือนฤทธิ์ที่ปกป้องด้วยสมาธิของท่านพระสาริบุตร... ของท่านสัญชีวะ... ของท่านพระอนุโกลทัญญะ... ของนางอุตตราอุบาสิกา และเหมือนฤทธิ์ที่ปกป้องด้วยสมาธิของพระนางสามาวดีอุบาสิกาฉะนั้น
ในท่านเหล่านั้น จะเล่าถึงเรื่องพระสาริบุตรพอเป็นนักขณะต่อไป ในคราวที่ท่านพระสาริบุตรเถระ กับพระมหาโมคคัลลานเถระพักอยู่ที่วิหาร ชื่อว่า กโปตกันทรา ปลงผมเสร็จแล้วใหม่ ๆ ในคืนนั้นเดือนหงาย จึงพากันออกมานั่งอยู่กลางแจ้ง ในขณะนั้นยักษ์ร้ายตนหนึ่ง แม้จะถูกเพื่อนยักษ์ด้วยกันห้ามก็ไม่ฟัง