ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
สมดังคำที่ท่านกล่าวไว้ในพระบาลีว่า ฤทธิ์ชื่อว่า ญาณวิปผารา เพราะเป็นอรรถ คือ การละความสำคัญว่าเที่ยง ย่อมสำเร็จได้ด้วยอนิจจานุปัสสนา ฯลฯ ฤทธิ์ชื่อว่า ญาณวิปผารา เพราะโดยอรรถคือการละกิเลสได้ทั้งหมด ย่อมสำเร็จได้ด้วยอรหัตมรรค เหมือนฤทธิ์ที่มีญาณปกป้องของท่านพากุละ เหมือนฤทธิ์ที่มีญาณปกป้องของท่านสังกิจจะ และเหมือนฤทธิ์ที่มีญาณปกป้องของท่านกุฏบาลละนั้น
ในท่านทั้ง ๓ นั้น จะเล่าถึงเรื่องท่านพระพากุละเป็นอันดับแรก ครั้งที่ท่านยังเป็นเด็กเล็ก ๆ ในวันทำพิธีมงคล เขาให้เอาไปอาบน้ำในแม่น้ำ เพราะความเลินเล่อของหญิงแม่นมเลี้ยง จึงพลัดตกลงไปในกระแสน้ำ ปลากลืนท่านเข้าไปในท้องแล้วแหวกว่ายไปถึงท่านกรุงพาราณสี ณ ที่ท่าน้ำกรุงพาราณสีนั้นมีชาวประมงคนหนึ่งจับปลาตัวนั้นได้แล้ว นำไปขายให้ภริยาของท่านเศรษฐี นางเกิดความชอบใจปลาตัวนั้นจึงพูดว่า เราจักลงมือต้มปลาเอง ว่าแล้วก็ทำการผ่าท้องปลาทันทีนั้น ก็พบเด็กมีรูปร่างขาวเหลืองดังทองคำอยู่ในท้องปลา จึงดีใจพูดว่าเราได้ลูกแล้ว
การที่เด็กอยู่ในท้องปลาไม่มีโรคภัยเบียดเบียนดังนี้ ชื่อว่า ญาณวิปผาราอิทธิ คือฤทธิ์ที่มีญาณปกป้องคุ้มครองรักษา เพราะเกิดขึ้นด้วยอานุภาพอรหัตมรรคญาณ ที่ท่านพากุละผู้เกิดในภพสุดท้ายจะพึงบรรลุโดยอัตภาพนั้น ส่วนเรื่องของท่านพระพากุลละ นักปราชญ์ควรเล่าให้พิสดาร
อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อพระสังกิจจเถระยังอยู่ในครรภ์ มารดาได้ถึงแก่กรรม พวกสัปเหร่อยกศพหญิงนั้นขึ้นสู่เชิงตะกอน ขณะกำลังเผาก็ใช้หลาวเหล็กทิ่มแทง ทารกถูกปลายหลาวแทงที่หางตา จึงส่งเสียงร้องขึ้น ขณะนั้น ชนทั้งหลายจึงได้พากันยกศพนั้นลงมา เพราะรู้ว่าเด็กในท้องยังมีชีวิตอยู่จึงผ่าท้องแล้ว ได้ให้ทารกนั้นแก่ยายไป เด็กคนนั้นได้รับการเลี้ยงดูจากยายจนเติบใหญ่ ต่อมาได้บวชแล้วบรรลุพระอรหัตพร้อมทั้งปฏิสัมภิทา ๔ การที่ทารกอยู่บนเชิงตะกอนไฟ ไม่มีกโรคภัยเบียดเบียน ก็ด้วยเหตุแห่งเนื้อความตามที่กล่าวไว้แล้วนั้นแล ดังนี้จัดเป็น ญาณวิปผารอิทธิ ของท่านพระสังกิจจะ