visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 701 | >>

ปรารถนา ๆ ที่เดียว เปรียบเหมือนอย่างลูกศรที่นายขมังธนู เช่นท่านสรมังคาจารย์ผู้ทำการอบรมยิงขนทราย ยิ่งไปแล้วมิได้กระทบต้นไม้และเครือเถาเป็นต้นในระหว่าง ย่อมถูกเป้าหมายไม่ผิดไม่พลาด ฉันนั้น

ก็ในพวกชนผู้นึกถึงปุพเพสันนิวาสได้เหล่านี้ การเห็นปุพเพสันนิวาส(ระลึกชาติได้) ของพวกเดียรถีย์ ย่อมปรากฏเป็นเช่นเดียวกับแสงสว่างแห่งหิ่งห้อย การระลึกชาติได้ของพระสาวกปกติย่อมปรากฏเป็นเช่นเดียวกับแสงประทีป การระลึกชาติได้ของพระมหาสาวกย่อมปรากฏเป็นเช่นเดียวกับแสงคบเพลิง การระลึกชาติได้ของพระอัครสาวกย่อมปรากฏเป็นเช่นเดียวกับแสงดาวประจำรุ่ง การระลึกชาติได้ของพระปัจเจกพุทธเจ้าย่อมปรากฏเป็นเช่นเดียวกับแสงพระจันทร์ การระลึกชาติได้ของพระพุทธเจ้าย่อมปรากฏเป็นเช่นเดียวกับแสงพระอาทิตย์พันดวงในฤดูร้อน อันประดับประดาแล้วด้วยพระรัศมีตั้งพันรัศมี

อนึ่ง การระลึกชาติได้ของพวกเดียรถีย์เป็นดุจการเดินไปด้วยปลายไม้เท้าของคนตาบอด การระลึกชาติได้ของพระสาวกปกติเป็นดุจการเดินทางไปบนสะพานไม้ท่อน การระลึกชาติได้ของพระมหาสาวกเป็นดุจการเดินไปบนสะพานสำหรับเดินเท้า การระลึกชาติได้ของพระอัครสาวกเป็นดุจการไปบนสะพานสำหรับเกวียนที่จะผ่านไปได้ การระลึกชาติได้ของพระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นดุจการเดินไปตามทางเดินเท้าที่ใหญ่ การระลึกชาติได้ของพระพุทธเจ้า เป็นดุจการเดินไปตามทางเกวียนใหญ่

แต่ในอธิการนี้ ท่านประสงค์ถึงการระลึกชาติได้ของพวกพระสาวกเพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า คำว่า นึกได้ คือตามนึกไปเป็นขั้นตอนด้วยสามารถลำดับขันธ์ หรือด้วยสามารถจุติและปฏิสนธิ

[๔๐๓] เพราะฉะนั้น ภิกษุผู้เริ่มบำเพ็ญเพียร เพื่อต้องการระลึกชาติได้อย่างนั้น เวลากลับจากบิณฑบาตหลังอาหาร ไปในที่ลับ หลีกเร้นอยู่ เข้าฌานทั้ง ๔ โดยลำดับออกจากฌานที่ ๔ ซึ่งเป็นบาทแห่งอภิญญา พึงนึกถึงการนั่งครั้งสุดท้าย แต่นั้นพึงนึกถึงกิจที่ตนทำทั้งกลางคืนกลางวันทั้งสิ้น โดยย้อนหลังอย่างนี้คือ การให้ปูอาสนะ การเข้าสู่เสนาสนะ การเก็บบาตรจีวร การฉันภัตตาหาร เวลากลับมาจากบ้าน เวลาเที่ยวบิณฑบาตในบ้าน เวลาเข้าไปสู่บ้านเพื่อบิณฑบาตในบ้าน เวลาออกจากวิหาร เวลาไหว้ลานพระเจดีย์และลานพระศรีมหาโพธิ์ เวลาล้างบาตร เวลารับบาตร กิจที่ทำแล้วตั้งแต่การรับบาตรตราบเท่าถึงการล้างหน้า กิจที่ทำแล้วในเวลา

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka