ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
ใกล้รุ่ง กิจที่ทำแล้วในมัชฌิมยาม กิจที่ทำแล้วในปฐมยาม กิจเพียงเท่านี้ ย่อมปรากฏแจ้งแก่จิตปกติ แต่ปรากฏแจ่มอย่างยิ่งแก่จิตที่เป็นสมาธิ เพราะการบริกรรม ก็หากว่าในกิจเหล่านั้นบางอย่างไม่ปรากฏไซร้ ต้องเข้าฌานที่เป็นบาทอีก ออกแล้วจึงนึกถึง ทำได้ถึงเพียงนี้ กิจย่อมปรากฏดุจประทีปปลุกโพลงแล้ว พึงนึกถึงกิจที่ตนทำโดยถอยหลังอย่างเดียว ดังพรรณนามานี้ แม้ในวันที่ ๒ แม้ในวันที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ แม้ในวันที่ ๑๐ แม้ในกึ่งเดือน แม้ทั้งเดือน หรือตลอด ๑๐ ปี ๒๐ ปีโดยอุบายนี้อยู่ พึงนึกถึงนามรูปซึ่งเป็นไปในขณะจุติในภพก่อนได้ ภิกษุผู้เป็นบัณฑิตย่อมอาจเพื่อจะเพิกปฏิสนธิ ทำนามรูปในขณะจุติให้เป็นอารมณ์ได้โดยวาระเดียวเท่านั้น ก็เพราะเหตุที่นามรูปในภพก่อนดับไม่มีเหลือ นามรูปอื่นเกิดขึ้น เหตุนั้นฐานนั้นอันคนทรามปัญญาจึงมองเห็นได้ยาก ดุจที่มืดมิดอันของหนาทับครอบกันไว้ในเบื้องบน ภิกษุนั้นไม่พึงทอดธุระเสียโดยท้อใจว่า เราไม่อาจจะเพิกปฏิสนธิทำนามรูปซึ่งเป็นไปในขณะจุติให้เป็นอารมณ์ได้ ก็เธอพึงเข้าฌานที่เป็นบาทนั้นแหละบ่อย ๆ และเธอออกจากฌานนั้นแล้วพึงนึกถึงที่นั้นเกิด ด้วยว่าเมื่อเธอทำไปอย่างนี้ ก็เปรียบเหมือนบุรุษผู้มีกำลัง เริ่มจะตัดต้นไม้ใหญ่เพื่อจะนำมาทำเป็นข้อฟ้าเรือนยอด พอเริ่มตัดกิ่งและใบเท่านั้น คมขวานก็บิ่นอยู่ไป ไม่สามารถจะตัดไม้ใหญ่ได้แต่ก็ไม่ทอดธุระเสียเลย ไปสู่โรงตีเหล็กให้ช่างตีขวานให้คมแล้ว กลับมาตัดใหม่อีก ขวานก็บิ่นอยู่อีกเป็นวาระที่สอง จึงไปให้ช่างตีขวานให้คมอีกเหมือนเดิมแล้วกลับมาตัดอีก เมื่อเธอตัดอยู่อย่างนี้ไม่นานนักก็จะพึงโค่นต้นไม้ใหญ่ลงได้ เพราะต้นไม้ที่ตัดไปแล้วไม่ต้องการมีการตัดอีกและที่ยังไม่ได้ตัดก็ต้องตัดอีกต่อไป ฉันใด พระโยคีออกจากฌานที่เป็นบาท ไม่นึกถึงฐานะที่ตนนึกในกาลก่อน นึกเฉพาะแต่ปฏิสนธิอย่างเดียว ไม่นานนักก็จะเพิกปฏิสนธิ ทำนามรูปซึ่งเป็นไปขณะจุติให้เป็นอารมณ์ได้ ฉันนั้น นักปราชญ์พึงแสดงใจความอย่างนี้ โดยเปรียบเหมือนคนผ่าฟืนและช่างโกนผมเป็นต้นก็ได้
ก็ในญาณเหล่านั้น ญาณที่ทำนามรูปให้เป็นอารมณ์เป็นไปแล้ว ตั้งแต่การนั่งครั้งหลังจนถึงปฏิสนธิ ย่อมไม่ชื่อว่าปุพเพนิวาสญาณ แต่ญาณนั้นชื่อว่าเป็นญาณที่สัมปยุตด้วยบริกรรมสมาธิ อาจารย์พวกหนึ่งกล่าวว่าอดิตตังสญาณดังนี้ก็มี คำของอาจารย์พวกหนึ่งนั้นไม่ถูก เพราะอดิตตังสญาณหมายถึงรูปาวจร ส่วนบริกรรมสมาธิเป็นกามาวจร ก็ในเวลาใดมโนทวาราวัชชนะก้าวล่วงปฏิสนธิทำนามรูป ซึ่งเป็นไปในขณะจุติให้เป็นอารมณ์แล้วเกิดขึ้นแก่ภิกษุนั้น ก็ครั้นเมื่อมโนทวาราวัชชนะนั้นดับแล้ว