visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 712 | >>

แล้วไปหยุดจรดพรหมโลกชั้นเวหัปผละ ลมนั้นทำสิ่งที่นับว่าเป็นสังขารทั้งปวงให้สลายไปอย่างนี้แล้ว ตัวเองก็สลายไปด้วย อากาศเบื้องบนกับทั้งอากาศเบื้องล่างก็มืดมิดเป็นอันเดียวกันแล คำที่เหลือทั้งหมดก็เป็นเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวไว้แล้ว ในอธิการที่กัปพินาศไปด้วยลมนี้ โลกตั้งแต่สุภกิณหพรหมโลกเป็นต้นยังปรากฏอยู่ ฝ่ายสัตว์ทั้งหลายเคลื่อนจากเวหัปผลพรหมแล้วเกิดในฐานะแห่งสุภกิณหพรหม เป็นต้น

ลงไขย ๔

ในลงไขยทั้ง ๔ นั้น นับตั้งแต่มหาเมฆทำกัปให้พินาศจนถึงลมทำกัปให้พินาศสูญสิ้นนี้เป็นลงไขยหนึ่ง ตั้งแต่ขาดลมมาจนถึงมหาเมฆตกเต็มที่ นี้เป็นลงไขยที่ ๒ ตั้งแต่มหาเมฆตกลงเต็มที่มาจนถึงพระจันทร์และพระอาทิตย์ปรากฏ นี้เป็นลงไขยที่ ๓ ตั้งแต่พระจันทร์และพระอาทิตย์ปรากฏมาจนถึงมหาเมฆทำกัปให้พินาศใหม่อีก นี้เป็นลงไขยที่ ๔ ลงไขยทั้ง ๔ เหล่านี้ จัดเป็นมหากัปหนึ่ง การพินาศด้วยลมและการตั้งขึ้นใหม่ นักศึกษาพึงทราบดังบรรยายมานะนี้

[๔๐๙] ถามว่า - โลกพินาศไปอย่างนี้เพราะเหตุใด ?

ตอบว่า - เพราะเหตุแห่งอกุศลมูล คือเมื่ออกุศลมูลหนาแน่นขึ้นแล้ว โลกย่อมพินาศไปอย่างนี้แล ก็โลกนั้นแลเมื่อราคะมีหนาแน่นกว่าย่อมพินาศด้วยไฟ เมื่อโทสะหนาแน่นกว่าย่อมพินาศด้วยน้ำ แต่อาจารย์บางพวกกล่าวว่า เมื่อโทสะหนาแน่นกว่าโลกย่อมพินาศด้วยไฟ เมื่อราคะหนาแน่นกว่าโลกย่อมพินาศด้วยน้ำ เมื่อโมหะหนาแน่นกว่าโลกย่อมพินาศด้วยลม ก็เมื่อโลกพินาศด้วยอกุศลมูลเป็นเหตุอย่างนี้ ย่อมพินาศด้วยไฟ ๗ ครั้ง ติดต่อ ๆ กันไป ครั้งที่ ๘ จึงพินาศด้วยน้ำ พินาศด้วยไฟ ๗ ครั้ง อีกครั้งที่ ๘ จึงพินาศด้วยน้ำอีก ตามนัยนี้เมื่อพินาศไปอยู่ในวาระที่ ๘ อย่างนี้ พินาศด้วยน้ำ ๗ ครั้ง พินาศด้วยไฟ ๗ ครั้งอีก ด้วยอาการพินาศเพียงเท่านี้จึงเป็น ๖๓ กัปล่วงไปแล้ว ในระหว่างนี้ลมได้โอกาสห้ามวาระที่พินาศด้วยน้ำแม้ที่ถึงแล้วเสียได้ กำจัดถึงสุภกิณหพรหมซึ่งมีอายุ ๖๔ กัปบริบูรณ์ ยังโลกให้พินาศอยู่

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka