visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 714 | >>

แห่งอุปบัติในที่นั้น คำว่า เรานั้นเคลื่อนจากที่นั้นแล้วบังเกิดในที่นี้ คือเรานั้นเคลื่อนจากฐานะที่บังเกิดอันจากภพนั้นแล้ว มาบังเกิดในสกุลกษัตริย์หรือในสกุลพราหมณ์ชื่อโน้นในภพนี้ บทว่า อิติ แปลว่า อย่างนี้ คำว่า มีอาการมีเทศ คือชี้ว่ามีเทศด้วยสามารถแห่งชื่อและโคตร ชี้ว่ามีอาการด้วยสามารถแห่งวรรณะ เป็นต้น จริงอยู่ สัตว์อันบุคคลย่อมแสดงว่า ติสสะ กัสสปะ ดังนี้ ด้วยชื่อและโคตร ย่อมปรากฏโดยไม่เหมือนกันว่าคล้ำหรือขาว ด้วยวรรณะเป็น เหตุนั้น ชื่อและโคตรจึงชื่อว่าเทศ นอกจากนี้จึงชื่อว่าอาการ คำว่า นึกถึงปุพเพนิวาสมีอย่างต่าง ๆ นี้ มีเนื้อความชัดอยู่แล้วนั่นแล

จบ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณกถา

จุตูปปาตญาณกถา

[๔๑๑] เนื้อความในเรื่องความรู้ในจุติและอุปบัติของสัตว์ทั้งหลาย นักศึกษา พึงทราบดังต่อไปนี้ คำว่า เพื่อจุตูปปาตญาณ คือ เพื่อรู้การตายและการเกิด อธิบายว่า จุติและอุปบัติของสัตว์ทั้งหลายที่พระโยคีรู้ได้ด้วยญาณใด ก็น้อมนำจิตเข้าไปเพื่อญาณนั้น คือ เพื่อทิพยจักษุญาณ คำว่า น้อมนำจิต คือ นำเข้าไปเฉพาะ ได้แก่ นำบริกรรมจิตมุ่งเข้าไป คำว่า นั้น คือ ภิกษุมีการนำจิตมุ่งไปได้ทำแล้วนั้น ก็ในคำว่า เป็นทิพย์เป็นต้น มีอธิบายว่า ชื่อว่าเป็นทิพย์เพราะเป็นเหมือนของทิพย์ คือปราสาทจักขุของพวกเทพเจ้าซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยอำนาจสุจริตกรรม มิได้เกลือกกลั้วด้วยดี, เสมหะ, เลือดเป็นต้น สามารถจะรับอารมณ์แม้ในที่ไกล ๆ ได้ เพราะพ้นจากอุปกิเลส เป็นปราสาทจักขุนั้น แม้ญาณจักขุนี้ของภิกษุนั้นบังเกิดได้ด้วยกำลังแห่งวิริยภาวนา เช่นเดียวกับปราสาทจักขุนั้น เหตุนั้น จึงชื่อว่าเป็นทิพย์ เพราะเหมือนของทิพย์ อนึ่ง ชื่อว่า เป็นทิพย์ เพราะได้ด้วยอำนาจทิพพวิหารและเพราะตนได้อาศัยทิพพวิหาร ชื่อว่า เป็นทิพย์ แม้เพราะเหตุที่สว่างไสวมากด้วยการกำหนดถือด้วยอาโลกกสิณ ชื่อ เป็นทิพย์ แม้เพราะเหตุที่มีภูมิที่ไปได้มาก เพราะเห็นรูปที่อยู่ในภายนอกฝาเป็นต้นได้ชัดเจน ข้อความนั้นทั้งหมดนักศึกษาพึงทราบตามแนวแห่งคัมภีร์วิภัพกศาสตร์นั้นเถิด ญาณนั้นชื่อว่าจักขุ เพราะอรรถว่าเห็น อนึ่ง ชื่อว่าจักขุ เพราะเป็นดังตา เหตุทำหน้าที่ของตา จักขุนั้นจัดว่าหมดจดเพราะเป็นเหตุแห่งทิฏฐิวิสุทธิด้วยการเห็นได้ทั้งจุติทั้งอุปบัติ เพราะว่าผู้ใดเห็นแต่จุติอย่างเดียวไม่เห็นอุปบัติ ผู้นั้นย่อม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka