visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 715 | >>

ยึดมั่นอุจเฉททิฏฐิ ผู้ใดเห็นแต่อุปบัติอย่างเดียวไม่เห็นจุติ ผู้นั้นย่อมยึดมั่นสัสสตทิฏฐิ เพราะความเกิดปรากฏขึ้นแห่งสัตว์ใหม่ ส่วนผู้ใดเห็นทั้ง ๒ อย่าง ผู้นั้นย่อมล่วงพ้นจากทิฏฐิ ๒ อย่างนั้นเสียได้ เหตุนั้นความเห็นของผู้นั้นจึงเป็นเหตุแห่งทิฏฐิวิสุทธิ

จริงอยู่ การเห็นจุติและอุปบัติทั้ง ๒ อย่าง พวกที่นับว่าเป็นโอรสพระพุทธเจ้าเท่านั้นจึงเห็นได้ การเห็นนั้นท่านกล่าวว่าชื่อว่า หมดจด เพราะเป็นเหตุแห่งทิฏฐิวิสุทธิด้วยการเห็นทั้งจุติและอุปบัติ ตาคือญาณอันหมดจดนั้นพึงทราบว่าพ้นวิสัยของมนุษย์ธรรมดา เพราะเห็นรูปได้ไกลกว่ามนุษย์ธรรมดา หรือเพราะเห็นได้ไกลยิ่งกว่าตาเนื้อของมนุษย์ธรรมดา ย่อมเห็นด้วยตาทิพย์นั้นอันหมดจดล่วงพ้นวิสัยที่มนุษย์ธรรมดาจะเห็นได้ คำว่า เห็นสัตว์ คือแลดูสัตว์เห็นได้ดุจตาเนื้อของมนุษย์ธรรมดา ในคำว่า ผู้จุติและอุปบัติอยู่นี้ หมายความว่า ในขณะจุติหรือในขณะอุปบัติที่ใคร ๆ ไม่อาจจะเห็นได้ด้วยตาทิพย์ กีสัตว์เหล่าใดใกล้จะจุติ คือจักจุติในบัดนี้ เหตุนั้น สัตว์เหล่านั้นท่านมีความประสงค์ว่าผู้จุติอยู่ ก็แล สัตว์เหล่าใดถืออุปบัติสนธิแล้ว คือ บังเกิดแล้วในบัดนี้ สัตว์เหล่านั้นท่านมีความประสงค์ว่าผู้อุบัติอยู่ ท่านแสดงว่า เห็นสัตว์เหล่านั้นผู้จุติและอุบัติอยู่เช่นนี้ คำว่า ผู้เลว คือถอยทราม ต่ำช้า ที่คนดูหมิ่นได้ด้วยอำนาจชาติสกุลและโภคะเป็นต้นอันทราม เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยวิบากอันเผล็ดผลมาจากโมหะ คำว่า ประณีต คือที่ตรงกันข้ามจากนั้น เพราะประกอบด้วยวิบากอันเผล็ดผลมาจากอโลภะ คำว่า ผู้มีผิวพรรณดี คือผู้ประกอบด้วยผิวพรรณน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เพราะประกอบด้วยวิบากอันหลั่งออกมาจากอโทสะ คำว่า ผู้มีผิวพรรณทราม คือผู้ประกอบด้วยผิวพรรณไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ เพราะประกอบด้วยวิบากอันหลั่งออกจากโทสะ เนื้อความแห่งคำนั้นก็คือผู้มีรูปร่างไม่งดงามและผู้มีรูปร่างขี้เหร่ คำว่า ผู้ไปดี คือ ไปสู่สุคติหรือเป็นคนมั่งคั่งมีทรัพย์สมบัติมากหลาย เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยวิบากอันหลั่งออกมาจากความไม่โลภ คำว่า ผู้ไปไม่ดี คือไปสู่ทุคติ หรือเป็นคนยากไร้ขัดสนมีข้าวและน้ำอัตคัดเพราะประกอบด้วยวิบากอันหลั่งออกจากโลภะ คำว่า ผู้เข้าถึงตามกรรม คือตนเองสั่งสมกรรมใด ๆ ไว้ก็เข้าไปรับผลกรรมนั้น ๆ

ในบทเหล่านั้น ด้วยบทเป็นต้นว่า ผู้จุติอยู่ ดังนี้ ท่านกล่าวมุ่งถึงหน้าที่ของทิพยจักษุ ส่วนบทที่ท่านกล่าวถึงหน้าที่ของ ยถากัมมูปคญาณ คือญาณเป็นเครื่องให้รู้ถึงสัตว์ผู้เข้าไปรับผลตามกรรมที่ทำมา และลำดับแห่งการบังเกิดของญาณนั้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka