visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 731 | >>

ปริเฉทที่ ๑๔

ขันธนิเทศ

ปัญญากถา

[๔๒๑] บัดนี้เพราะเหตุที่สมาธิที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงออกแล้วด้วยธรรมโดยยกจิตเป็นประธานในพระคาถาว่า “สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ” ดังนี้เป็นต้น ย่อมเป็นอันภิกษุผู้ประกอบด้วยสมาธิภาวนาอันแน่นแน่ มีอานิสงส์อันบรรลุแล้วด้วยอำนาจแห่งอภิญญาอย่างนี้ เจริญแล้วโดยอาการทั้งปวง

ต่อแต่นั้นพึงเจริญปัญญาในลำดับไป ก็ปัญญานั้นมิใช่ทำได้อย่างง่ายนัก แม้เพื่อจะรู้แจ้ง เพราะทรงแสดงไว้โดยสังเขปนัก จะป่วยกล่าวไปไยถึงการเจริญเล่า ฉะนั้น เพื่อจะแสดงความพิสดารและนัยแห่งภาวนาปัญญานั้น จึงมีปัญหานี้ว่า อะไรชื่อว่า ปัญญา ? ที่ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่าอะไร ? ลักษณะ กิจ ผล เหตุใกล้ ของปัญญานั้นเป็นอย่างไร ? ปัญญามีกี่อย่าง จะพึงเจริญอย่างไร ? การเจริญปัญญา มีอานิสงส์อย่างไร ?

[๔๒๒] พึงทราบวิสัชนาในข้อปัญหานั้นดังต่อไปนี้

ปัญหากรรมที่ว่า อะไรเป็นปัญญา นั้น มีวิสัชนาว่า :- ปัญญามีหลายอย่างต่างประเภท อันจะวิสัชนาชี้แจงปัญญานั้นไปทุกอย่าง จะไม่พึงยังประโยชน์ให้สำเร็จ ทั้งจะพึงเป็นไปเพื่อความเฝือยิ่งขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจะกล่าวหมายเอาปัญญาที่ประสงค์ในที่นี้เท่านั้น คือวิปัสสนาญาณอันสัมปยุตด้วยกุศลจิตเป็นปัญญา

[๔๒๓] ปัญหาว่า อะไรชื่อว่าปัญญา ? เฉลยว่า :- ที่ชื่อว่าปัญญาเพราะอรรถว่ารู้ชัด ที่ชื่อว่า รู้ชัดนี้ คืออย่างไร ? คือความรู้โดยประการต่าง ๆ พิเศษยิ่งกว่าอาการคือความหมายรู้ และความรู้แจ้ง จริงอยู่ แม้สัญญา วิญญาณ และปัญญา จะเป็นความรู้ด้วยกัน แต่สัญญา เป็นสักแต่ว่าความหมายรู้อารมณ์ เช่น รู้จักว่า สีเขียว

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka