visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 743 | >>

จมูก มีความผ่องใสแห่งภูตรูปพอกระทบกลิ่นได้เป็นลักษณะ นัยหนึ่ง มีความผ่องใสแห่งภูตรูปอันมีความใคร่จะดมเป็นต้นเหตุและมีกรรมเป็นสมุฏฐานเป็นลักษณะ มีการเวียนอยู่ในกลิ่นทั้งหลายเป็นรส มีฐานที่รองรับฆานวิญญาณเป็นปัจจุปัฏฐาน มีภูตรูปอันเกิดแต่กรรมที่มีความใคร่จะดมเป็นต้นเหตุเป็นปทัฏฐาน

ลิ้น มีความผ่องใสแห่งภูตรูปพอกระทบรสได้เป็นลักษณะ นัยหนึ่ง มีความผ่องใสแห่งภูตรูปอันมีความใคร่จะลิ้มเป็นต้นเหตุและมีกรรมเป็นสมุฏฐานเป็นลักษณะ มีการเวียนอยู่ในรสทั้งหลายเป็นกิจ มีฐานที่รองรับชิวหาวิญญาณเป็นปัจจุปัฏฐาน มีภูตรูปอันเกิดแต่กรรมที่มีความใคร่จะลิ้มเป็นต้นเหตุเป็นปทัฏฐาน

กาย มีความผ่องใสแห่งภูตรูปพอกระทบโผฏฐัพพะได้เป็นลักษณะ นัยหนึ่ง มีความผ่องใสแห่งภูตรูปที่มีความใคร่จะถูกต้องเป็นต้นเหตุและมีกรรมเป็นสมุฏฐานเป็นลักษณะ มีการเวียนไปในโผฏฐัพพะทั้งหลายเป็นรส มีฐานที่รองรับกายวิญญาณเป็นปัจจุปัฏฐาน มีภูตรูปอันเกิดแต่กรรมที่มีความใคร่จะถูกต้องเป็นต้นเหตุเป็นปทัฏฐาน

ลักษณะตาเป็นต้นตามมติเกจิอาจารย์

[๔๗๔] ฝ่ายอาจารย์บางพวกกล่าวว่า “ตา ก็คือความผ่องใสแห่งภูตรูปที่ยิ่งด้วยธาตุไฟ หู จมูก และลิ้น ก็คือความผ่องใสแห่งภูตรูปที่ยิ่งด้วยธาตุลม ธาตุดิน และธาตุน้ำ กายก็คือความผ่องใสแห่งภูตรูปทุกอย่าง

อาจารย์อีกพวกหนึ่งกล่าวว่า “ตา คือความผ่องใสแห่งภูตรูปที่ยิ่งด้วยไฟ หู จมูก ลิ้น และกาย มีความผ่องใสแห่งภูตรูปทั้งหลายที่ยิ่งด้วยโพรง ลม น้ำ และดิน”

อาจารย์พวกนั้น บอกให้ท่านซักพระสูตรมาอ้าง ท่านจักไม่พบพระสูตรเป็นแน่แท้ทีเดียว

อาจารย์บางพวกอ้างเหตุในคำของเกจิอาจารย์ที่กล่าวมานั้นว่า “เพราะธาตุมีธาตุไฟเป็นต้น อันมีรูปเป็นต้นเป็นคุณต้องช่วยอนุเคราะห์” อาจารย์พวกนั้นอันบัณฑิตพึงกล่าวได้ว่า “ใครกันเล่ากล่าวว่า สภาวะมีรูปเป็นอาทิเป็นคุณแก่ธาตุมีไฟเป็นต้น? เพราะว่าในภูตรูปทั้งหลายมีความเป็นไปที่แยกกันไม่ออก ใครๆ ก็กำหนดไม่ได้ว่าสิ่งนี้เป็นคุณแก่สิ่งนี้ สิ่งนี้เป็นคุณแก่สิ่งนี้ แม้อาจารย์พวกนั้นจะพึงกล่าวต่อไปอีกว่า

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka