visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 772 | >>

อรรถาธิบายสังขาร ๓๖ นียตสังขาร ๒๓

๑. ผัสสะ

[๔๕๙] วินิจฉัยในบทเหล่านั้น สภาวธรรมโดยอันถูกต้อง เหตุนั้น สภาวธรรมนั้นจึงชื่อว่า ผัสสะ (ผู้ถูกต้อง) ผัสสะนั้น มีการถูกต้องเป็นลักษณะ มีการทำให้กระทบกันเป็นกิจ มีความร่วมกันเข้า (แห่งจิตกับอารมณ์) เป็นผล มีอารมณ์ที่มาปรากฏ (แห่งจิต) เป็นเหตุใกล้

จริงอยู่ ผัสสะนี้แม้เป็นรูปธรรม ก็ย่อมเป็นไปในอารมณ์ ด้วยอาการ (ดุจ) ถูกต้อง (จึงว่ามีการถูกต้องเป็นลักษณะ) อนึ่ง ผัสสะนั้น แม้มิติดอยู่ (ที่ไหน) สักแห่งก็ยังจิตและอารมณ์ให้กระทบกันได้ ดังรูปกระทบจักขุและเสียงกระทบหูฉะนั้น (จึงว่ามีการทำให้กระทบกันเป็นกิจ) ชื่อว่ามีความร่วมกันเข้าเป็นผล เพราะปรากฏด้วยอำนาจเหตุของตน กล่าวคืออติสันนิบาต (ความร่วมกันเข้าแห่งธรรม ๓ คือ อายตนะภายใน อายตนะภายนอก และวิญญาณ) ชื่อว่ามีอารมณ์ที่มาปรากฏเป็นเหตุใกล้ เพราะเกิดขึ้นในอารมณ์ที่สมนาหาร (การประมวลความคิด) อันควรแก่ผัสสะนั้น และอินทรีย์ด้วย (ช่วยกัน) แต่มิใช่โดยไม่มีระหว่างทีเดียว

แต่ว่าโดยความเป็นที่ตั้งแห่งเวทนา ผัสสะนี้ บัณฑิตพึงเห็นเป็นดังแมวโคที่ไม่มีหนังหุ้มหนังเถิด

๒. เจตนา

[๔๖๐] ธรรมชาติโดยอันย่อมคิด อธิบายว่าย่อมพัวพัน (อารมณ์) เหตุนั้น ธรรมชาตินั้น จึงชื่อว่า เจตนา (ธรรมชาติผู้คิด) เจตนานั้น มีภาวะคือความจงใจเป็นลักษณะ มีความเคลื่อนไหวเป็นกิจ มีความจัดแจงเป็นผล คือยังกิจของตนและกิจของผู้อื่นให้สำเร็จ ดุจคนผู้ใหญ่ มีศิษย์ผู้ใหญ่ (ของที่ศาลาโมกข์) และนายช่างไม้ใหญ่เป็นต้น ก็แล เจตนานี้เมื่อเป็นโดยภาวะที่ยังสัมปยุตธรรมทั้งหลายให้แข็งขันขึ้น ย่อมปรากฏในเมื่อมีกิจงานรีบด่วนเป็นต้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka